รัฐเคาะลีฟาฮ์ อุมัยยะฮ์

    รัฐเคาะลีฟาฮ์ อุมัยยะฮ์ เป็นราชวงศ์แรกที่ก่อตั้ง รัฐเคาะลีฟาฮ์ อุมัยยะฮ์    ของศาสนาอิสลามขึ้นในปี 661 โดยมี  Muawiya ที่ 1 เป็นเคาลิฟาร์หรือผู้นำคนแรกของราชวงศ์และได้แผ่ขยายอาณาเขตออกไปอย่างกว้างขวาง  รัฐเคาะลีฟาฮ์ราชวงศ์อุมัยยะฮ์เคยมีพื้นที่ถึง 15 ล้านตารางกิโลเมตรหรือร้อยละ 10 ของพื้นที่โลก

         ในช่วงแรกเริ่มราชวงศ์อุมัยยะฮ์ยังคงรักษาขนบธรรมเนียมของศาสนาว่ายุคปลายของ  Muawiya ที่ 2 เขาคือคนสุดท้ายของราชวงศ์ไม่ปฏิบัติตนตามหลักศาสนาใช้จ่ายฟุ่มเฟือยและดื่มสุราทำให้ถูกโค่นล้มราชวงศ์ลงในปี 750 รูปหลานของอับบาสอับดุลมะกรูดตอนนี้รุ่นของศาสดามูฮัมหมัดที่จะกลายเป็นผู้ก่อตั้งราชวงศ์อับบาซียะในภายหลัง   

    จักรวรรดิสเปน

   จักรวรรดิสเปนคือจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลกแห่งหนึ่งจากการมีอาณานิคมอยู่ทั่วทุกมุมโลกในยุโรปอเมริกาเอเชียโอเชียเนียและแอฟริกาเป็นพื้นที่กว่า 19.4 ล้านตารางกิโลเมตร

การแสวงหาอาณานิคมของสเปนเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 โดยคริสโตเฟอร์โคลัมบัสที่นำกองเรือสำรวจของสเปนกองแรกเดินทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกเพื่อแสวงหาดินแดนอาณานิคมในอเมริกาเป้าหมายใหม่ของจักรวรรดิสเปนและมีดินแดนกว้างใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา

         ในศตวรรษที่ 17 จักรวรรดิสเปนมั่งคั่งขึ้นจากการค้าขายกับ ขายกับอาณานิคมและการขุดนำโลหะมีค่าจากทวีปอเมริกากลับสู่แผ่นดินแม่บ้านในกองเรือสมบัติทุกๆปีจักรวรรดิสเปนเริ่มเสื่อมถอยลงในปี 1887 ถูกจักรพรรดินโปเลียนแห่งฝรั่งเศสเข้ายึดครองประกอบกับสงครามอิสรภาพสเปนอเมริกัน 1814- 1815

ส่งผลให้ดินแดนส่วนมากในอเมริกากลางและอเมริกาใต้ได้รับอิสรภาพในที่สุดช่วงศตวรรษที่ 20 จะเป็นเนื้อดินแดนในทวีปแอฟริกาบางส่วนเท่านั้นแต่ก็ค่อยๆถอนตัวออกจากดินแดนอาณานิคมทีละประเทศจนในปี 1976 เวสเทิร์นสะฮาราเป็นดินแดนสุดท้ายที่สเปนถอนตัวออกมา 

 จักรวรรดิรัสเซีย

       จักรพรรดิปีเตอร์ที่ 1 แห่งราชวงศ์โรมานอฟสถาปนาจักรวรรดิรัสเซียขึ้นมาในปี 1721 แผนที่อาณาจักรซารัสเซียมีพื้นที่กว้างใหญ่กว่าร้อยละ 15.30 ของพื้นที่โลกหรือ 22.8 ล้านตารางกิโลเมตร แต่แรกเริ่มจักรวรรดิรัสเซียไม่ค่อยเป็นที่รู้จักนะจนกระทั่งมีการปฏิรูปจักรวรรดิขึ้นมาใหม่ทั้งหมดเมื่อครั้งพระเจ้าปีเตอร์มหาราชขึ้นครองราชย์ทำให้หลังจากนั้นมาจักรวรรดิรัสเซียจึงกลายเป็นหนึ่งในจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก

        อย่างไรก็ตามช่วงศตวรรษที่ 20 เกิดกระแสปฏิวัติขึ้นทั่วโลกจักรวรรดิรัสเซียขนาดนั้นเป็นช่วงตกต่ำสภาพเศรษฐกิจถดถอยประชาชนอดอยากและยังพ่ายแพ้สงครามถึง 2 ครั้งในสงครามรัสเซียญี่ปุ่นและสงครามโลกครั้งที่ 1 เริ่มเกิดกระแสการต่อต้านราชวงศ์โรมานอฟมากขึ้นอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1917 พรรคบอลเชวิคที่นำโดยวลาดิเมียร์เลนินไส้กรอกการปฏิวัติโค่นล้มราชวงศ์โรมานอฟที่ถือเป็นการล่มสลายของจักรวรรดิรัสเซีย 

 

สนับสนุนโดย.   ufabet ทางเข้าเล่น

โมนาลิซ่า ภาพปริศนา ที่คนทั่วโลกอยากรู้ โมนาลิซ่า คือใคร

โมนาลิซ่า ภาพปริศนา เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินภาพเกี่ยวกับโมนาลิซ่ากันมาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นคนที่ชื่นชอบผลงานด้านศิลปะหรือไม่ก็ตาม เพราะว่าดภาพนี้มีการพูดถึงกันอย่างแพร่หลาย และมีหลายคนอยากรู้ว่าทำไมดภาพนี้ถึงมีราคาแพงมากมาก ที่สำคัญสิ่งที่ทุกคนรู้เกี่ยวกับภาพนี้ก็คือ เป็นภาพหญิงสาวที่สวยที่สุดในโลก

       อย่างไรก็ตามสำหรับคนที่อยู่ในวงการภาพวาด วงการศิลปะแล้ว

จะมีความต้องการอยากรู้สึกลงไปมากว่านี้สิ่งที่หลายคนอยากรู้ก็คือ หญิงสาวที่อยู่ในภาพเป็นใครทำไม นักวาดดภาพที่มีชื่อเสียงระดับโลกถึงได้เอามาเป็นแบบสำหรับวาดภาพ 

    โมนาลิซ่าจิตรกรรมชิ้นเอกของ Leonardo Da Vinci และเรียกได้ว่าเป็นภาพวาดที่โด่งดังมากที่สุดในโลกแต่ภาพหญิงสาวนี้ซ่อนปริศนาสำคัญเอาไว้นั่นก็คือโมนาลิซ่าเป็นใครมีทฤษฎีที่ว่าโมนาลิซ่าคือภรรยาพ่อค้าไหมชาว For Rent คนอื่น

     จากบันทึกของ  Giorgio vasari จิตรกรและสถาปนิกชื่อดังของอิตาลีในยุคเรเนซอง  บันทึกว่าพ่อค้าชาว For Rent นำว่าฟรานเชสโก้ เดลจิคอนโดได้ว่าจ้างให้ดาวินชี่วาดภาพลิซ่า เดลจิคอนโด  ภรรยาของเขาเพื่อเป็นของขวัญ  ดาวินชี่ใช้เวลากว่า 4 ปีในการวาดภาพหญิงสาวผู้นี้ได้ยังไม่ทันเสร็จดีเขาก็ถูกกษัตรฟาร์ซิสที่ 1 เรียกตัวไปฝรั่งเศสและเขายังพกภาพนี้ติดตัวไปด้วยตลอดจนกระทั่งเสียชีวิตอีกด้วย

   โดยทางลูฟร์ ออกมายืนยันว่า Lisa del ray Condo เป็นแบบวาดภาพโมนาลิซ่าจริงๆแต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเธอคือแบบให้กับภาพชิดจัดแสดงอยู่ที่ลูฟร์ นั่นก็เพราะว่ายังมีหลักฐานอีกหลายชิ้นว่าภาพวาดโมนาลิซ่าอาจมีมากกว่า 1 ภาพและใช้นางแบบคนละคนกันเช่นทฤษฎีของปาสคาลนักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศสที่เชื่อว่านี่คือ risa taneda ยิ่งที่ดาวินชี่เคยจ้างมาให้เป็นแบบวาดภาพ

        โดยใช้เทคโนโลยีถ่ายภาพขั้นสูงขยายภาพวาดให้เห็นว่ามีหญิงสาวอีกคนหนึ่งอยู่ใต้ภาพวาดโดยเธออยู่ในท่วงท่าที่คล้ายคลึงกับโมนาลิซ่าแต่รูปส่งใบหน้าและดวงตาอยู่ในตำแหน่งที่ต่างกันเล็กน้อย

         หรือทฤษฎีที่ว่าเธอคือภรรยารับของขุนนางตระกูลเมดิซีตระกูลที่กุมอำนาจอิตาลีในขณะนั้นโดยมีบันทึกของผู้ที่เคยไปเยี่ยมที่พักของดาวินชีเป็นหลักฐานยืนยันอย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าจะมีหลากหลายทฤษฎีข้อสันนิษฐานและหลักฐานมาระบุตัวตนที่แท้จริงของโมนาลิซ่าและปริศนาของเธอก็ยังเป็นที่สงสัยและยังคงเป็นสิ่งที่คนหาคำตอบมากกว่า 5 ศตวรรษ 

 

สนับสนุนโดย.   ติดต่อ ufabet

ความเชื่อเกี่ยวกับ 2 อัญมณีเลอค่าของโลก

หากมีการพูดถึงอัญมณีนั้น ไม่ว่าผู้หญิงหรือผุ้ชายต่างก็ชื่นชอบด้วยกันทั้งนั้น   เพราะอัญมณีนั้นเป็นสิ่งล้ำค่า  ไม่ใช่เพียงแค่ก้อนหินที่มีความสวยงาม แต่มันมีมูลค่ามากมายมหาศาลเลยทีเดียว นอกจากนี้อัญมณีบางชนิดนั้นมีเรื่องราวความเป็นมาอย่างยาวนาน มีอายุเก่าแก่ที่ทรงคุณค่าแก่การเก็บรักษา และสามารถแปรเปลี่ยนมาเป็นเงินได้หากมีเรื่องจำเป็นต้องใช้เงิน

           อย่างไรก็ตามในบทความนี้เราจะมาพูดถึงอัญมณีที่ล้ำค่าระดับโลก 2 ชิ้นที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และมีอายุเก่าแก่หลายร้อย หลายพันปี ซึ่งปัจจุบันกลายมาเป็นอัญมณีล้ำค่าที่หายาก และยังมีเรื่องราวเล้นลับซ่อนอยู่ในเรื่องราวของอัญมณีเหล่านี้อีกด้วย ซึ่งอัญมณีดังกล่าวได้แก่ 

              skystone หรือหินสีฟ้าลึกลับการ์ตูนถูกค้นพบโดย Anthony นักธรณีวิทยาชาวอิตาลีที่ถูกว่าจ้างให้ไปสำรวจหาอัญมณีล้ำค่าในระหว่างที่กำลังสำรวจบริเวณชายแดนของประเทศเซียร์ราลีโอนพิมพ์งานได้พบกับวัตถุปริศนาเป็นก้อนหินสีฟ้าใสเหมือนกับสีน้ำทะเลเมื่อเขานำกลับมายังยุโรปเพื่อนำหินลึกลับนี้ให้กับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ประเทศอิตาลีและประเทศเนเธอร์แลนด์เพื่อทำการตรวจสอบพบว่ามันเป็นหินที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน

          โดยมีองค์ประกอบของแก๊สออกซิเจนสูงกว่า 70% และส่วนประกอบอื่นๆอาทิคาร์บอนสิริกรแคลเซียมอีกอย่างละเล็กน้อยนักวิจัยได้ทำการตรวจสอบสารประกอบอินทรีย์ภายในก้อนหินลึกลับนี้ซึ่งคาดว่ามันมีอายุถึง 15000 ถึง 50 ปีทำให้แม้แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ยังตั้งคำถามว่าแล้วมันมาจากไหนและเกิดขึ้นได้อย่างไร

          โดยมีทฤษฎีได้ตั้งสมมุติฐานเกี่ยวกับการตุนเอาไว้ว่ามันอาจจะเป็นร่องรอยของอารยธรรมที่สาบสูญไปก็เป็นได้หรืออาจจะเป็นแร่ธาตุที่มาจากนอกโลกโดยมีผู้มาเยือนจากต่างดาวที่มีอารยธรรมและเทคโนโลยีสูงทิ้งไว้บนโลกทางนี้ถึงแม้ว่าก้อนหินดังกล่าวจะเป็นแร่ธาตุใหม่จะเป็นที่น่าแปลกใจว่าเป็นแร่ธาตุที่เคยถูกค้นพบในประเทศโมร็อกโกเช่นเดียวกัน 

      philosopher’s stone  สำหรับหินชนิดนี้มีชื่อเสียงโด่งดังมาก หลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อหินชนิดนี้กันมาบ้างแล้ว เพราะหินชนิดนี้มีชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า หิน ศิลานักปราชญ์   ว่ากันว่าหินชนิดนี้มีความสามารถพิเศษมากมาย เป็นหินที่ผู้คนเสาะแสวงหาอยากเป็นเจ้าของครอบครองหินชนิดนี้กัน  

         สำหรับหินชนิดนั้นนั้นเป็นสสารของการเล่นแร่แปรธาตุ  โดยหิน philosopher’s stone บางคนจะรู้จักกันดีมากจากภาพยนต์เรื่องศิลาอาถรรภ์ ก็มีการพูดถึงชือ่หินชนิดนี้ในตอนหนึ่งของเรื่องเช่นเดียวกัน มีตำนานเกี่ยวกับหินชนิดนี้มากมาย เกี่ยวกับคุณสมบัติของมัน ไม่ว่าจะเป็ฯ มันสามารถทำให้คนที่กินหินชนิดนี้เข้าไปแล้ว ไม่แก่และไม่ตาย เปรียบได้ว่าหินชนิดนี้คือยาอายุวัฒนะเลยทีเดียว 

           นอกจากนี้ยังมีการกล่าวด้วยว่าหินชนิดนี้สามารถเปลี่ยนโลหะฐานเช่นตะกั่วให้เป็นทองคำหรือเงินได้ ดังนั้นหากใครมีไว้ในครอบครองก็จะมีความสุขเป็นอย่างมาก ที่สำคัญหินชนิดนี้ยังมีคุณสมบัติที่สามารถทำให้คนตายฟื้นกลับคืนมาได้อีกด้วย อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงแค่ความเชื่อและตำนานเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงไม่มีใครเคยเห็นหินชนิดนี้มาหลายร้อยปีแล้ว 

     

สนับสนุนโดย.    gclub ผ่านเว็บ

ประเพณีการฉลองปีใหม่ที่แปลกประหลาด

ในช่วงเทศกาลวันปีใหม่ ผู้คนแต่ละประเทศจะมีการเฉลิมฉลองกัน ซึ่งเราจะนำข้อมูลเกี่ยวกับประเทศที่มีการฉลองช่วงปีใหม่ที่แปลกประหลาด เรียกได้ว่าทำกันเป็นประเพณีประจำทุกปี มาให้ทราบกัน

ชิลี ฉลองปีใหม่ในสุสาน 

      เมืองทาค่า เมืองเล็กๆในประเทศชิลีซึ่งมีประเพณีฉลองปีใหม่ที่แปลกตาอาจจะดูหลอนอยู่สักหน่อยพวกเขาจะใช้เวลาฉลองปีใหม่ในสุสานกับคนในครอบครัวที่เสียชีวิตไปแล้วซึ่งในทุกๆคืนวันปีใหม่ช่วงเวลาประมาณ 23:00 น สุสานที่มีแต่เสียงเพลงคลาสสิคบรรเลงและถูกประดับประดาไปด้วยแสงไฟสลัวสลัวประตูทางเข้าสุสานจะถูกเปิดขึ้น

โดยนายกของเมืองเล็กๆแห่งนี้เพื่อให้ชาวเมืองได้เข้าไปร่วมฉลองกับคนในครอบครัวที่จากไปแล้วในเวลา 24:00 น นี้พวกเขาเชื่อกันว่าครอบครัวควรจะเริ่มต้นปีใหม่พร้อมหน้าพร้อมตากันด้วยความรักถึงแม้จะตายไปแล้วก็ตาม 

 ประเพณีเขวี้ยงจาน ในประเทศเดนมาร์ก

        ประเพณีแปลกๆในวันปีใหม่ของประเทศเดนมาร์กก็คือการนำจานชามที่แตกได้ไปเขวี้ยงใส่ตามประตูบ้านของเพื่อนบ้านในวันสุดท้ายของปีและบ้านไหนที่มีเศษจาน และชามกองพะเนินอยู่หน้าบ้านมากที่สุดจะถือว่าบ้านนั้นจะโชคดีมากที่สุดแล้วหมายความว่าคนในบ้านนั้นมีเพื่อนและคนที่รักเยอะกว่าใครใครนั่นเอง นอกจากนั้นชาวเดนมาร์กยังมีประเพณีการกระโดดลงจากเก้าอี้ตอนเวลาเที่ยงคืนของวันขึ้นปีใหม่ด้วยเชื่อกันว่าเพื่อเป็นการขับไล่สิ่งชั่วร้ายออกไปและพร้อมกระโดดรับสิ่งดีๆในวันปีใหม่ 

    Ecuador เผาหุ่นไล่กา  

        ชาวเอกวาดอร์แต่ละบ้านจะประดิษฐ์หุ่นไล่กาเป็นตัวแทนของคนใดคนหนึ่งในบ้านด้วยเสื้อผ้าเก่าๆและด้านในของตัวคุณก็จะถูกยัดด้วยหนังสือพิมพ์เก่าและขี้เลื่อยเมื่อถึงเวลาเที่ยงคืนตรงพวกเขาจะออกมารวมตัวกันนอกบ้านและทำการเผาอุ่นพร้อมกับเผารูปถ่ายของสิ่งที่เป็นตัวแทนไปพร้อมกันอีกด้วยซึ่งสื่อถึงความหมายว่าเป็นการกำจัดสิ่งโชคร้ายต่างๆที่ประสบพบเจอมาในปีที่ผ่านมาแล้วเริ่มต้นปีใหม่กับชีวิตใหม่แต่ในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องแปลกที่บางทีจะเห็นคุณของนักการเมืองหรือคนดังที่ถูกเผาในค่ำคืนนี้ด้วยเช่นกัน 

   โรมาเนียแต่งตัวเป็นหมี

       โรมาเนียประเทศที่มีประชากรหมีน้ำตาลเยอะมากที่สุดในยุโรปในช่วงวันปีใหม่ช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนธันวาคมชาวบ้านในโรมาเนียจะแต่งกาย คลุมด้วยหนังหมีจริงๆแล้วออกไปเดินตามท้องถนนเต้นรำดื่มฉลองและเยี่ยมเพื่อนฝูงซึ่งเป็นประเพณีหนึ่งที่เก่าแก่ของโรมันเนีย แม้ว่าจะยังไม่ชัดเจนว่าเก่าแก่แค่ไหนแต่พวกเขาถือว่าเป็นการขับไล่วิญญาณและสิ่งชั่วร้ายออกจากตัวให้หมดไป

 

สนับสนุนโดย.   Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

สุดยอดแห่งผลงานด้านศิลปะของไทย พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ

สำหรับประเทศไทยเรามีชื่อเสียงโด่งดังเกี่ยวกับเรื่องของสัตว์ประจำประเทศนั่นก็คือช้างซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นั้นจะเดินทางมาเที่ยวและมีโอกาสไปเยี่ยมชมสวนช้าง  ดังนั้นเมื่อช้างคือสัตว์มงคลของไทยและเรียกได้ว่าเป็นสัตว์ประจำชาติของไทยนั้นประเทศไทยจึงได้มีการสร้างพืชพันธุ์ขึ้นมาเพื่อเป็นการอนุรักษ์ข้อมูลเกี่ยวกับช้างของไทยดังกล่าวนั้นมีชื่อเรียกว่าพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณนั่นเอง

        สำหรับพิพิธภัณฑ์แห่งนี้นั้นเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ทางบริษัทเอกชนร่วมมือกันสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ขึ้นมาซึ่งเป็นวันแห่งนี้นั้นเป็นปัจจุบันที่มีชื่อเสียงโด่งดังในระดับโลก นักท่องเที่ยวจากโลกนั้น

ต่างก็พากันรู้จักพี่แห่งนี้และเมื่อมีโอกาสเดินทางมาเที่ยวที่ประเทศไทยก็ต้องแวะไปเที่ยวแห่งนี้เช่นเดียวกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งนักท่องเที่ยวที่เป็นชาวจีนนั้นมักจะมีการทำทัวร์มาเที่ยวที่พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเลยทีเดียว

       สำหรับภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้นั้นสิ่งแรกที่จะทำให้นักท่องเที่ยวตื่นตาตื่นใจมากก็คือหอคอยช้างเอราวัณซึ่งที่นี่บอกได้เลยว่าจะมีความงดงามเป็นอย่างมากตัวหอคอยนั้นจะอยู่ด้านบนสุดของตัวสิ่งก่อสร้างซึ่งภายในนั้นจะมีศิลปะและสถาปัตยกรรมมาประดับตกแต่งต่างๆมากมายตัวหอคอยนั้นด้านนอกนักท่องเที่ยวจะมองเห็นเป็นรูปเศียรช้างหรือว่าหัวช้างนั่นเอง

และทางด้านในนั้นจะมีเสาแกะสลักเป็นการแกะสลักศิลปะของไทยนอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูป ให้นักท่องเที่ยวได้กราบไหว้เมื่อเดินทางมาพิพิธภัณฑ์แห่งนี้อย่างไรก็ตามศิลปะและประติมากรรมต่างๆที่ถูกจัดแสดงไว้ที่บริเวณหอคอยช้างอาละวาดแห่งนี้นั้นนับได้ว่าเป็นศิลปะที่มีความงดงามอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ซึ่งที่นี่นั้นนับได้ว่าเป็นศิลปะที่ยิ่งใหญ่อันดับโลกเลยทีเดียว

     นอกจากเรื่องของรูปปั้นประติมากรรมต่างๆแล้วเครื่องประดับตกแต่งเพื่อเพิ่มความงดงามและสร้างสีสันให้กับตัวอาคารนั้นก็มีส่วนสำคัญในการทำให้พิพิธภัณฑ์แห่งนี้กลายเป็นที่ดึงดูดและเป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยวได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้มีการทำกระจกสีมาติดเป็นลวดลายต่างๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งทำเป็นแผนที่โลกซึ่งบอกได้เลยว่าศิลปะแบบนี้นั้นแทบจะไม่มีให้เห็นจากที่อื่นนอกจากที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เพียงเท่านั้น

       ด้านในพิพิธภัณฑ์นอกจากเราจะเห็นศิลปะประติมากรรมต่างๆที่มีความเกี่ยวพันเกี่ยวกับช้างเอราวัณแล้วยังมีภาพวาดสีน้ำ ซึ่งภาพวาดที่ถูกนำมาจัดแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณแห่งนี้นั้นจะเป็นสไตล์ญี่ปุ่นนอกจากนี้ยังมีการจัดโซนภาพวาดนี้ให้มีความคล้ายคลึงกับประเทศญี่ปุ่นไม่ว่าจะเป็นการร้ายญี่ปุ่นหรือโต๊ะเก้าอี้สไตล์ญี่ปุ่นเรียกได้ว่าโซนนี้เป็นโซนของศิลปะวัฒนธรรมของญี่ปุ่นโดยเฉพาะเลยทีเดียว 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.    สล็อต ufabet เว็บตรง

ประวัติความเป็นมาของ The Haitian Revolution

     ในช่วงคริสราช 1791 – 1804 หลายคนอาจไม่คุ้นเคยกับการปฏิวัติในดินแดนอเมริกาเหนือครั้งนี้

แต่ว่าในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองโลกแล้วนี่คือการปฏิวัติครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่งในศตวรรษที่ 17 ฝรั่งเศสปกครองดินแดนเฮติหรือแซงโดแมงต่อจากสเปน โดย เฮติเป็นแหล่งผลิตปลูกอ้อยวัตถุดิบในการทำน้ำตาลขนาดใหญ่  ว่ากันว่าน้ำตาลกว่าร้อยละ 40 ในยุโรปขึ้นจากอ้อยในเฮติและติดยังเป็นแหล่งส่งออกกาแฟขนาดใหญ่ในยุโรปอีกด้วยเรียกได้ว่าเป็นอาณานิคมที่สร้างรายได้ให้กับเมืองแม่อย่างมหาศาล  

           อย่างไรก็ตามผลประโยชน์มหาศาลของฝรั่งเศสก็ต้องแลกมาด้วยความทุกข์ยากของทาสผิวดำในอาณานิคมที่ถูกกดขี่มาเป็นเวลานาน แต่ขณะนั้นที่เฮติหรือแชงโดแมงแบ่งประชาชนออกได้เป็น 4 กลุ่มคือ 1 นายทุนผิวขาวที่เป็นเจ้าของไร่ต่างๆ 2 คนผิวดำอิสระที่เกิดจากคนผิวขาวและชนพื้นเมือง 3 คนผิวขาวอิสระที่ไม่ได้เป็นนายทุนและ 4 กลุ่มทาสผิวดำจากแอฟริกาที่ถือเป็นชนกลุ่มใหญ่ที่สุดในประเทศ 

       ใน คริสราช 1791 พวกเขาได้แรงบันดาลใจในการลุกขึ้นสู้จากคำประกาศสิทธิมนุษยชน การปฏิวัติที่ฝรั่งเศสเมืองแม่ว่าสมัชชาแห่งชาติจะมอบอิสระในการปกครองตนเองให้กับพวกเขาทว่ากลับไม่เป็นเช่นนั้นพระราชบัญชาแห่งชาติได้

มอบอิสระดังกล่าวให้แค่กับคนผิวขาวที่อยู่ในอาณานิคมเท่านั้นเหล่าทาสในแซงโดแมงรู้สึกเหมือนกับคนที่ถูกหักหลังความอดทนของพวกเขาสิ้นสุดลงและตัดสินใจที่จะลุกขึ้นมาปฏิบัติด้วยตนเองไม่สามารถพึ่งสมัชชาแห่งชาติได้  

         Toussaint L’ Ouverture  อดีตทาสผิวดำในอาณานิคมที่เคยถูกกดขี่ก็เลยขึ้นมาเป็นผู้นำในการปฏิวัติกองกำลังของกลุ่มฆ่าสังหารคนผิวขาวในอาณานิคมไปมากมาย  แม้ว่าฝรั่งเศสจะได้ความช่วยเหลือจากอังกฤษที่กลัว ว่าอาณานิคมของตนเองจะก่อการปฏิวัติขึ้นมาเช่นกันแต่กองทัพของพวกเขาก็ต้องพ่ายแพ้ต่อ แซงโดแมงในปี 1789 ทำให้เหล่าทาสเข้ายึดครองดินแดนในแซงโดแมงได้ทั้งหมดและ ลูแวร์ตูร์ ได้สถาปนาตนเองขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดของหมู่เกาะ อิสปันโญลา

         อย่างไรก็ตาม ลูแวร์ตูร์ กลับต้องไปเสียชีวิตที่คุกในฝรั่งเศสจากการถูกกองกำลังของนโปเลียนโบนาปาร์ตที่ต้องการหรือระบบทาสขึ้นมาใหม่ในค.ศ 1802  Jean-Jacques Desslines  อีกคนสำคัญในการปฏิวัติจึงขึ้นเป็นกองทัพชาวผิวดำจนได้รับชัยชนะที่ยุทธการเวอร์เทียร์ในปี 1803

และได้มีการสถาปนาตนเองขึ้นเป็นปฐมกษัตริย์ ของจักรวรรดิเฮติ ในปี 1804  ดังนั้นเฮติจึงเป็นประเทศแรกในโลกที่มีการปฏิวัติโดยทาสซึ่งในมุมมองของนักประวัติศาสตร์นี่คือการปฏิวัติจากคนผิวดำที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดครั้งหนึ่ง 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย.    ทางเข้าufabet168

การล่าอาณานิคมของสเปนทำให้เกิดปัญหาใหญ่

โดยสเปนได้มีวิธียึดอาณานิคมค่อนข้างที่จะแตกต่างจากที่อื่นในยุคใหม่ๆ  การล่าอาณานิคมของสเปน  เพราะว่าในยุคเก่าเวลาเรายึดแล้วเราจะทำยังไงเราจะเปลี่ยนอาณาจักรนั้นเราจะเปลี่ยนที่เรายึดครองให้มันมีวิถีชีวิตเหมือนกับเราเหมือนกับสิ่งที่โรมันทำ

ซึ่งสเปนต้องการทำแบบนั้นในขณะเดียวกันเวลาอังกฤษไปยึดอาณานิคมต่างๆอังกฤษไม่ได้ Force คนทุกคนต้องให้ใช้ชีวิตเหมือนอย่างคนอังกฤษ แต่จะเป็นต้องการให้คนทุกคนที่อยู่ในอาณัติของสเปนต้องใช้ชีวิตอย่างคนสเปน และนั่นแหละมันเลยทำให้เกิดปัญหานั่นเอง

การที่จะทำให้อาณาจักรคงอยู่ได้มันต้องทำยังไงในเมื่อเราต้องสู้กับพวกชนเผ่าแถมยังมีบทบัญญัติอะไรอีกมากมายชาวบ้านเองด้วยบทบัญญัติของกฎหมายไม่สามารถถือปืนได้ไม่สามารถครอบครองปืนได้ เพราะฉะนั้นเองในการที่จะป้องกันดินแดนสเปนจำเป็นจะต้องส่งทหารมาเพื่อคอยคุ้มกัน 

ซึ่งเรียกได้ว่าดินแดนอันกว้างใหญ่ไพศาลมากๆเลยสเปนมีอาณานิคมทั่วโลกเต็มไปหมดการจะส่งทหารไปทุกที่เป็นเรื่องที่ยากมากๆแล้วก็ทำได้อย่างไร้ประสิทธิภาพสุดๆ สุดท้าย ด้วยการรบแบบกองโจรอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่จะแพ้การรบแบบนี้ตลอดเลยถูกแอบซุ่มโจมตีแล้วก็หนีไปถูกแอบรอบชิงรอบทำร้ายขี่ม้าหนีไป

พวกอินเดียแดงสามารถต่อสู้กับทหารสเปนได้อย่างห้าวหาญและเรียกได้ว่าสุดท้ายแล้วสเปนก็แพ้ไปและนั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของวันการพกปืนเอาไว้คือสเปนเป็นตัวอย่างที่แย่แล้วจากนั้นเองเพราะอังกฤษมาถึงอเมริกาอังกฤษไม่ต้องการซ้ำรอยนี้ 

ดังนั้นอังกฤษเองได้พาคนมาตั้งรกรากในทวีปอเมริกาค่อนข้างที่จะเยอะเลยเพราะอะไรถึงมีคนอยากจะย้ายจากอังกฤษเหลือเกิน เพราะว่าอังกฤษมันเล็กยังไงล่ะในยุโรปมีคนแน่นหนาเต็มไปหมดเพราะว่ายุโรปเองก็ถือว่าเป็นศูนย์กลางอำนาจของโลก

ด้วยอำนาจของมนุษย์เราทุกคนเองก็อยากจะเป็นเจ้าของอยากที่จะเจริญก้าวหน้าผู้คนก็อยากจะมีที่ดินเอาไว้ครอบครองอยากจะมีบ้านเป็นของตัวเองอยากจะมีธุรกิจของตัวเอง แต่ถ้าอยู่ที่อังกฤษต่อไปเราคงเป็นได้แค่ลูกจ้างต้องเช่าอยู่ในห้องเล็กๆแบบนี้หรอไม่มีสิทธิ์ที่จะเป็นเจ้าของที่ดินอะไรแบบเนี้ย

จึงทำให้มีผู้คนมากมายต้องการมาที่โลกใหม่อย่างอเมริกาและพอมาถึงพวกเขาก็ได้ซื้อธาตุมีธุรกิจเป็นของตัวเองขายให้กับอังกฤษไปและอังกฤษก็ได้ประโยชน์ไปอย่างเต็มๆเลย

โดยมันคืออะไรอังกฤษได้ขยายอาณาเขตอาณาจักรของตัวเองอังกฤษเองได้ผลผลิตมากขึ้น จีคลับ เล่นออนไลน์  แถมอังกฤษเองมี policy มีนโยบายที่ฉลาดก็คือคนเวลาเราเป็นเจ้าของที่ดินเราก็คงจะหวงแห้งและรักษามันทำให้คนที่ไปตั้งรกราก 

ในอเมริกาไม่ใช่สู้แค่อังกฤษอย่างเดียวพวกเขาสู้เพื่อที่ดินของตัวเองด้วยอังกฤษอนุญาตให้พวกเขาได้พกปืนได้และอังกฤษเองก็ทำแบบนี้กับประเทศที่ตัวเองเป็นเจ้าอาณานิคมหมดเลยก็เรียกได้ว่าทำให้อังกฤษมีเวลาไม่ต้องส่งทหารมากมายไปคุ้มกันทุกที่อังกฤษก็จะได้เอาทหารไปบูบลี่ประเทศอื่นกันต่อได้

เรื่องราวของพระราหูตั้งแต่สมัยพราฮินดูถึงปัจจุบัน

เชื่อเลยว่าหลายคนก็อาจจะสงสัยว่าราหูเป็นใครแล้ว เรื่องราวของพระราหู โดยราหูมันเป็นอะไรที่เราอยากจะหลีกเลี่ยงราหูชอบของดำว่าแต่อยากรู้กันไหมว่าจริงๆแล้วราหูนั้นเป็นใครตามความเชื่อแบบจริงๆเลย

ราหูเป็นใครเอาจริงๆถ้าสมมติว่าเราจะมาพูดถึงที่มาของสุริยุปราคาหรือว่าจันทรุปราคาเราได้เคยบอกเล่าไปแล้วแม้แต่ชาวไทยเองก็มีความเชื่อของเราเช่นกันซึ่งอันนี้อาจจะยังไม่เคยเล่าแต่เขาเชื่อกันว่าเป็นกบกินเดือนเป็นอะไรต่างๆแต่วันนี้เราไม่ได้จะมาพูดด้วยเรื่อของความเชื่อเรื่องของสุริยุปราคาหรือว่าจันทรุปราคา

ซึ่งเราจะมาพูดถึงสิ่งหนึ่งโดยตรงเลยนั่นก็คือ ราหู นั่นเอง เมื่อถึงพูดถึงคำว่าราหู ราหูเป็นใครมาจากไหนทำไมถึงชอบกินพระจันทร์แน่นอนว่าเราจะต้องไปที่ความเชื่อชาตินึงนั่นก็คือ อินเดีย นั่นเอง เพราะว่าราหูมีความเชื่อมาจากศาสนาพราหมณ์ฮินดูนั่นเอง

ดังนั้นแล้วเรื่องที่เราจะเล่าต่อไปนี้มันอาจจะไม่เหมือนที่หลายๆคนเคยได้ยินได้ฟังกันมาแต่มันจะมีความคล้ายอยู่บ้างเพราะว่า ราหู เป็นความเชื่อที่เก่าแก่มากๆของชาวฮินดูต้องย้อนกลับไปในสมัยเวทหลายๆต่อๆหลายสมัยแต่ละสมัยคนก็ได้พูดถึงราหูกันมาตลอด

แต่ว่าจะไปพูดตรงนั้นนิดตรงนั้นหน่อยเพิ่มไปเพิ่มไปจนกระทั่งล่าสุดเรื่องราวของราหูที่เรามาได้ยินในทุกวันนี้จริงๆแล้วมันจะไปอยู่ในยุคของ คัมภีร์ ปุราณะ โดยจะมีอยู่หลายต่อหลายเล่มเลยเป็นรวมเกี่ยวกับเกร็ดความเชื่อต่างๆเกี่ยวกับโลกเกี่ยวกับจักวาลของฮินดูเขา

ซึ่งเรื่องของ ราหู ไม่ได้มีแค่เพียงเล่มเดียวจะมีอยู่แตกกระจายตามเล่มนั้นเล่มนี้เต็มไปหมดไม่ว่าจะเป็นยุค ปุราณะก็มี ศิวะปุราณะก็มีเรียกได้ว่าหลายต่อหลายปุราณะพูดถึงราหูเท่านี้ยังไม่พอในแต่ละปุราณะเราก็จะเห็นได้เลยว่าเรื่องของราหูอยู๋ในหลายนิกาย

เพราะฉะนั้นแต่ละนิกายแต่ละยุคสมัยขากจะพูดเรื่องของราหูไม่ตรงกันเราแค่เก็บเอาเรื่องราวหลายๆปุราณะมาตอบให้กับคนที่กำลังสงสัยอยู่ว่าแล้วราหูเป็นใคร ราหู ถือว่าเป็นหนึ่งในเทพนพเคราะห์ตามความเชื่อของพราฮินดูคือพราฮินดูเขาก็จะเชื่อว่าดาวเคราะห์แต่ละองค์ก็จะมีเทพประจำอย่างที่เราได้ยินกันบ่อยๆพระจันทร์ พระอาทิตย์ พระพฤหัสบดี พระศุกร์กันใช่ไหม

นอกจากนีราหูก็เป็นหนึ่งในเทพ นพเคราะห์ นั้นในสมัยโบราญเขามองไปได้ไม่ไกลถึงยุเรนัสเนปจูนแล้วก็พลูโตดังนั้นมันสุดแต่พฤหัสรวมถึงเขามองดวงจันทร์ว่าเป็นดาวเคราะห์ดวงนึงด้วยอย่างไรก็ตามเทพนพเคราะห์จะมีอยู่สององค์ที่ไม่มีดวงดาวเป็นของตัวเองนั่นคือพระราหูกับพระเกตุ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.    ufabet บนมือถือ

คำว่า นาค นั้นหมายความว่าอย่างไร?

นาคมายความว่าอย่างไร ก่อนที่จะเข้าบวชชายเหล่านี้จะได้รับฐานะจากคนให้เป็น นาค เสียก่อนคนทั่วไปเรียกว่า บวชนาค มีนิทานพุทธที่เป็นที่รับรู้อย่างกว้างขวางอยู่เรื่องหนึ่งเกี่ยวกับนาคที่ศรัทธาในพระพุทธศาสนาจึงแปลงเป็นมนุษย์มาขอบวชในภายหลังพระพุทธองค์ทรงทราบ นาค จึงต้องสึกจากการเป็นพระ

ซึ่ง นาค ทำได้เพียงแค่ขอต่อพระพุทธเจ้าว่า ต่อไปในภายภาคหน้าให้ผู้ที่กำลังเตรียมบวชให้มีชื่อเรียกว่า นาค ซึ่งเป็นที่มาของกำเนิดของประเพณีทำขวัญนาคและการบวชนาคจนกระทั่งปัจจุบันแท้จริงแล้วการบวชนาคไม่มีการกำเนิดไว้ในพุทธบัญญัติจึงไม่มีการบวชนาคนี้ในอินเดียและในลังกาโบราณ

แม้จะถือว่าเป็นต้นทางแห่งพระพุทธศาสนาก็ตามแต่ในทางกลับกันการบวชนาคได้กลายเป็นประเพณีพื้นเมืองที่ยึดถือกันเฉพาะในภูมิภาคอุษาขเณเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

บริเวณส่วนพื้นแผ่นดินได้แก่พม่ากัมพูชาลาวและไทยในพิธีการบวชพระจะถามคำถามหนึ่งแก่ผู้ขอบวชทุกครั้งว่า “ ท่านเป็นมนุษย์หรือไม่ “ เพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้ที่จะมาบวชนี้ไม่ใช่นาคปลอมตัวมา

โดยสิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงสังคมอินเดียในยุคโบราณที่ไม่ยอมรับกลุ่มคนที่มีวัฒนธรรมต่ำกว่าให้อยู่ในฐานะคนแต่ถึงแม้ปรัชญาของศาสนาพุทธจะอยู่ตรงข้ามกับศาสนาพราหมณ์ที่เป็นหัวใจของชนชั้นปกครองอารยันในยุคสังคมวัณแต่ศาสนาพุทธก็ไม่อาจขัดขวางความสำนึกขั้นพื้นฐานของสังคมมนุษย์ในในยุคคนั้นได้ทั้งหมดเช่นกัน

นอกจากนี้ในวัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำโขงแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยและในประเทศลาวรวมทั้งกัมพูชายังมีพิธีกรรมเก่าแก่ที่ได้กระทำสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคนพิธีเถราภิเษก

หรือ ฮดสรง ได้เป็นประเพณีโบราณการรสน้ำในโอกาสการเลื่อนสมาสักแก่พระสังฆ์ยิ่งเป็นพระสังฆ์รูปสำคัญอาจจะได้รับการ ฮดสรง จากเจ้าเมืองหรือพระมหากษัตริย์

พิธีกรรมเช่นนี้ยังเป็นที่นิยมปฏิบัติสำหรับชาวบ้านทั่วไปในงานบุญตามประเพณีสำคัญๆในปัจจุบันรางน้ำที่ทำด้วยไม้เป็นรูปนาคด้านล่างจะมีห่อผ้าขาวได้บรรจุของที่มีค้าขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆเอาไว้ในห่อผ้าขาวนอกจากนี้น้ำก็จะถูกเทให้ไหลผ่านสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ได้ไหลลงมายังพระภิกษุให้ผ่านรางน้ำที่เป็นรูปนาค

เนื่องจากนี้ นาค จึงได้ทำหน้าที่คอยเชื่อมโยงเติมเต็มภาพแห่งในอุดมคติให้สมกับฐานะศักดิ์สิทธิ์ที่ได้สูงส่งขึ้นของพระภิกษุสงฆ์รูปนั้นตลอดเวลาช่วงนับพันปีในดินแดนอุษาขเณเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากงูมาสู่นาคจากผีผสานเข้ากับพราหมณ์และพุทธ นาค เปรียบเสมือนกุญแจสำคัญที่ช่วยไขให้เห็นถึงความสัมผัสมในการเชื่องโยงความคิดและความเชื่องดั้งเดิมของผู้คนในอุษาขเณเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้แจ่มชัดยิ่งขึ้น

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.   สมัครเว็บ ufabet

ตำนานพระกินเณร

ตำนานพระกินเณร สำหรับเหตุการเณรชอบหายตัวไปหลังจากที่หลวงพ่อทองได้ธุดงค์มาเป็นเจ้าอาวาสอยู่ที่วัดเขากบแห่งนี้และก็ได้มีคนมาบวชเป็นพระมากขึ้นและบวชเณรมากขึ้น

จนมีอยู่วันนึงเณรเหล่านี้ก็ได้หายตัวไปตามหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอจนทำให้หลวงพ่อทองนั้นได้คิดว่าพวกเณรคงจะอยู่ไม่ได้คงจะหนีกลับบ้านไปแล้วก็ได้

ดังนั้นหลวงพ่อทองท่านก็ได้ออกเดินตามหาไปยังที่บ้านของพวกเณรเหล่านี้และมันก็ได้สร้างความตกใจให้กับทางวัดและตัวของหลวงพ่อทองมาตรงนี้เขาก็เลยได้เริ่มสืบว่ามันเกิดอะไรกันแน่แต่ในตอนแรกพอสืบไปสืบมาก็ยังไม่ได้ความอะไรมากมายก็ปล่อยไปตามเวลาและค่อยหากันต่อไป

เมื่อเวลามันได้ผ่านมาแล้วเรื่อยๆสิ่งที่เกิดขึ้นนั่นก็คือเณรก็เริ่มที่จะหายไปทีละองค์ๆและสิ่งหนึ่งที่น่าสังเกตการณ์ของเรื่องนี้นั่นก็คือเณรส่วนใหญ่ที่หายไปจะเณรในโบสถ์สุดท้ายที่อยู่ติดกับเจดีย์เก่าที่เขาว่ากันว่าสร้างตั้งแต่กรุงสุโขทัยและในบริเวณนั้นก็ได้มีพระอยู่รูปหนึ่งประจำอยู่โสบถ์แห่งนั้นประจำที่เจดีย์เก่านี้อยู่

ซึ่งหลวงพ่อก็ไม่รีรอก็ได้เข้าไปหาที่พระองค์นี้แล้วก็ได้คุยปรึกษากันไปมาปรากฎว่าสิ่งที่พระเจดีย์เก่าเขาได้คุยกับหลวงพ่อทองนั้นมันได้สร้างความตกใจให้แก่หลวงพ่อทองเป็นอย่างมากเพราะเขาบอกว่าในที่เจดีย์เก่าแห่งนี้ได้มีพระพุทธรูปปรางยืนอยู่องค์นึง

โดยในตอนแรกสิ่งที่เขาพบเจอนั้นพระพุทธรูปองค์นี้เป็นพระพุทธรูปขนาดที่เท่าคนธรรมดาหรืออัตราหนึ่งต่อหนึ่งเลยแต่หลังจากที่มีเหตุการณ์เณรหายตัวไปทีละคนแล้วพระพุทธรูปองค์นี้ก็เริ่มที่จะมีร่างกายใหญ่ขึ้นๆเรื่อยๆและที่สำคัญไปกว่านั้นคือมีเศษจีวรของเณรได้ติดอยู่ที่ปากของงพระพุทธรูปองค์นี้ด้วย

นอกจากนี้สิ่งที่หนักไปกว่านั้นก็คือมีคลาบสีแดงๆติดอยู่ที่ปากของพระพุทธรูปองค์นี้ด้วยหลังจากที่พระองค์นี้ได้บอกกับหลวงพ่อทองจึงทำให้หลวงพ่อทองได้เกิดความตกใจเป็นอย่างมากเขาก็คิดว่ามันคงจะไม่ได้มีอะไรหรอกอาจจะเป้นความบังเอิญก็ได้ก็ยังไม่ได้ทำอะไรในเรื่องของความเชื่อแล้วก็ตามหาเณรกันต่อไป

แต่หลังจากนั้นไม่นานเณรก็ไม่ได้หายไปอีกครั้งนึงและครั้งนี้มันแปลกไปกว่าในครั้งแรกเพราะครั้งนี้หลังจากที่ได้เข้าไปตรวจสอบที่เจดีย์เก่าแห่งนั้นอีกรอบนึงเพื่อที่จะได้หาคำตอบให้ได้ในเร็ววัน

 

ขอบคุณ. สล็อต777คาสิโนออนไลน์  ที่ให้การสนับสนุน