ประวัตศาสตร์ทางภาคอีสาน

เรื่องราวที่เกิดขึ้นในแถบทางภาคอีสานที่ได้มีการค้นพบหลักฐานทางด้านอาณาจักรต่างๆและอารยธรรมโบราณสถานที่มีความกี่ยวข้องทางด้านประวัติศาสตร์อีกทั้งยังเป็นสถานที่ท้องเที่ยวให้ได้เข้ามาศึกษาหาความรู้อีกด้วยซึ่งที่จริงแล้วทางภาคอีกสานนั้นก็มีแหล่งทางด้ารวัฒนธรรมต่างๆมากมายที่อยู่ทางภาคอีสานและมีถ้ำโบราณสถานที่มีอายุมานานตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษที่เขานั้นได้สร้าเอาไว้เพื่อให้ลูกหลานนั้นได้ดูกัน

เมื่อพูดถึงการท่องเที่ยวในแถบภาคอีสานหรือทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือ คนไทยส่วนใหญ่นั้นมักจะชอบในการท่องเที่ยวทางด้านวัฒนธรรมเป็นลำดับแรก เนื่องจากในแถบทางภาคอีสานมีงานประเพณีหรือสถานที่สำคัญอันเป็นเอกลักษณ์อยู่มากมาย ในการท่องเที่ยวทางด้านเชิงวัฒนธรรมเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่เน้นเป็นสถานที่หรือบริเวณ ซึ่งได้แสดงออกถึงคุณลักษณะความสำคัญทางประวัติศาสตร์หรือวัฒนธรรม เช่น วัด พระราชวัง โบราณสถาน โบราณวัตถุ พิพิธภัณฑ์ รวมไปถึงการดำรงชีวิตของคนในชุมชนและด้านงานประเพณีหรือการละเล่นของท้องถิ่นอื่นๆ

สิ่งเหล่านี้จะแสดงออกถึงอารยธรรมที่เก่าก่อนที่หล่อหลอมสู่กรพัฒนาเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยอันเป็นที่บ่งบอกถึงประวัติศาสตร์ความเชื่อความศรัทธาของบรรพบุรุษที่ได้ถ่ายทอดจนมาถึงคนในยุคปัจจุบัน วัฒนธรรมภาคอีสานมีความโดนเด่นจากรูปแบบที่งดงามผสมผสานผ่านการเวลามาเนินนานหลายสิ่งเกิดขึ้นมานับ100นับ1000ปีในช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ของอาณาจักรโบราณและได้ตกทอดมาเป็นมรดกของแผ่นดินมาสู่ลูกหลาย

การท่องเที่ยวด้านเชิงวัฒนธรรม 

ในภาคอีสานถือได้ว่ามีความหลากหลายโดยเฉพาะประเพณีประจำถิ่นที่ได้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะนั้น ซึ่งก็ได้มีให้เห็นกันทุกจังหวัดแต่การที่จะไปท่องเที่ยวเดินชมงานในพิธีต่างๆก็ต้องมีข้อที่จำกัดเพราะว่างานเหล่านี้ได้จัดขึ้นตามช่วงของเวลาของในแต่ละปีผู้ที่จะต้องการเข้ารวมงานจึงจะต้องว่างแผ่นปรับเวลาให้มันถูกต้องตรงกันผู้ที่ชื่นชอบในการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบางคนจึงอาจเหลือเดินทางศึกษาไปตามแหล่งโบราณสถานหรือที่ตามวัดวาอาราม ซึ่งก็สามารถที่จะเข้าไปเยี่ยมชมกันได้ตลอดเวลาทั้งปี และในทั่วทั้งภาคอีสานก็ได้มีสถานที่เหล่านี้ให้เหลือชมกันอย่างมากมายตั้งแต่วัด พระธาตุ ชุมชนพื้นบ้าน รวมไปถึงปราสาทหินโบราณ  จังหวัดมหาสารคามเป็นจังหวัดหนึ่งของทางภาคอีสานที่ได้พบแหล่งโบราณสถานอยู่เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นแผ่นดินด้านประวัติศาสตร์ ซึ่งได้รับอิทธิพลทางด้านพระพุทธศาสนาตั้งแต่สมัยคุปตะในตอนปลายและปัลลวะต่อเนื่องสมัยทวารวดีและยังได้พบหลักฐานอารยธรรมชนชาติขอมผสมสานรวมอยู่กู่สันตรัตน์เป็นโบราณสถานที่อาจจะบอกได้ว่ามีชื่อเสียงมากที่สุดในจังหวัดมหาสารคาม ตั้งอยู่ใน อําเภอนาดูน

ข้อห้ามที่ไม่ควรทำก่อนจะถึงวันตรุษจีน

วันตรุษจีน หรือวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีน เป็นช่วงที่จะได้พบกับญาติมิตรที่ไม่ได้เจอหน้ากันมานาน และบางคนก็อาจจะได้รับอั่งเปาเป็นของขวัญจากผู้ใหญ่ที่นับถือแต่ในเมื่อวันขึ้นปีใหม่ของจีนทั้งหลายบางบ้านก็จะมีทำเนียมปฏิบัติและข้อห้ามที่สืบทอดต่อๆกันมา และวันนี้เราจะมาพูดถึงข้อห้ามกันในวันตรุษจีนที่ไม่ควรทำมีอะไรบ้าง

ห้ามทำความสะอาดบ้านในวันตรุษจีน   การทำความสะอาดบ้าน และ ห้ามทิ้งขยะสำหรับในวันตรุษจีนซึ่งชาวจีนจะถือว่าเป็นการกวาดเอาโชคลาภ เอาเงินทอง  ออกไปจากบ้านถ้าหากว่าคุณนั้นจะทำการกวาดบ้านก็ควรจะทำก่อนที่จะถึงวันตรุษจีนนะ

ห้ามซักผ้าในวันตรุษจีน    คนชาวจีนมีความเชื่อว่า เทพเจ้าแห่งน้ำเกิดในวันตรุษจีนเพราะฉะนั้นในการซักผ้าในวันตรุษจีนเปรียบเสมือนการลบหลู่ท่านถ้าหากคุณนั้นมีผ้าที่ยังไม่ได้ซักหรือผ้ากลองใหญ่คุณก็ควรที่จะซักผ้าก่อนที่จะถึงวันตรุษจีนเพื่อไม่ให้เป็นการลบหลู่เทพเจ้าแห่งน้ำด้วย

ห้ามใส่ชุดดำในวันตรุษจีน    เนื่องจากผ้าสีขาวดำนั้นซึ่งเป็นสัญลักษณะขงความตาย หมายถึง เกี่ยวกับลางร้ายในวันตรุษจีนทุกคนจึงมักชอบใส่เสื้อผ้าที่มีสีสันสดใสโดยเฉพาะสีแดงซึ่งเป็นสีแห่งความโชคดีดังนั้นจึงได้มีการนิยมชอบใส่สีแดงกันต่อๆมาเพื่อรับความโชคดีในวันตรุษจีนเพื่อเป็นวันที่ดีอีกวันหนึ่งของชาวจีน

ห้ามตัด หรือ สระผม    ซึ่งสำหรับในคำว่าผมนั้น สำหรับในภาษาจีนนั้นเป็นคำพ้องเสียงและคำพ้องรูป ที่มีความหมายว่า มั่งคั่ง ซึ่งในการตัดผมนั้นจึงเปรียบเสมือนการนำเอาความมั่งคั่งนั้นเอาออกไปและถ้าเกิดว่าผมของคุณนั้นยาวลุงรังยังไงก็อดใจรอไปก่อนรอให้ผ่านวันตรษจีนนี้ไปก่อนจากนั้นก็ค่อยไปตัดและถ้าไม่อย่างนั้นในความมั่งคั่งของเรานั้นหมดหายไป

ห้ามพูดคำหยาบ ห้ามทะเล    สำหรับในคำพูดนั้นคนชาวจีนนั้นถือมากที่สุดและสำหรับชาวจีนนั้นจะงดพูดคำหยาบ และพูดในสิ่งที่ไม่ดีและยังรวมไปถึงการพูดถึงด้านความตาย หรือ พูดเกี่ยวกับผีสางการพูดในสิ่งไม่ดีในวันตรุษจีนนี้จะนำพาเอาความโชคร้ายนั้นมาให้ตลอดทั้งปี

ห้ามใช้ของมีคม ในวันตรุษจีน    สำหรับของเหล่านี้ทุกคนชาวจีนหรือเชื่อสายจีนนั้นจะมีความเชื่อกันว่าหากได้ใช้ของมีคมมาตัดสิ่งของในวันตรุษจีนนี้จะถือว่าเป็นการตัดเอาความโชคดีนั้นไปด้วยดังนั้นของมีคมจึงเป็นสิ่งของที่ต้องห้ามสำหรับวันตรุษจีน

ห้ามยืมเงิน  ห้ามใครยืมเงิน    ในที่นี้มันอาจจะรวมไปถึงการให้ยืมสิ่งของอื่นๆนอกจากเงินด้วยการให้ยืมเงินในวันตรุษจีนจะทำให้ทั้งปีมีคนเข้ามายืมเงินตลอดทั้งปีรวมไปถึงติดเงินใครก็ควรจะคืนให้เรียบร้อยก่อนถึงวันตรุษจีน

ประวัติวัดราชบูรณะ

ประวัติวัดราชบูรณะ มีดังนี้

   นักท่องเที่ยวที่ชอบไปเที่ยวตามสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์คงจะไม่พลาดที่จะมาเที่ยวที่วัดราชบูรณะเพราะที่นี่มีอายุเก่าแก่มานานหลายร้อยปี เป็นวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเลยก็ว่าได้ หากใครที่เคยมีโอกาสได้เข้าไปเยี่ยมชมความงดงามภายในบริเวณวัดจะพบว่าว่าวัดที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาส่วนใหญ่จะไม่ได้สวยสดงามมีสีทองเหลืองอร่ามอย่างวัดอื่นๆ

แต่ที่วัดแห่งนี้จะเป็นซากความสวยงามที่เรายังสามารถมองเห็นได้เพราะวัดที่พระนครศรีอยุธยาเกือบทั้งหมดจะถูกพวกพม่าจุดไฟเผาตั้งแต่กรุงศรีได้เสียกรุงครั้งที่สองซึ่งหนึ่งในวัดที่ถูกเผาก็คือที่วัดราชบูรณะแห่งนี้ สำหรับที่วัดนี้เคยมีประวัติเล่าว่ามีโจรได้เข้ามาขุดทำลายเพื่อให้สมบัติที่อาจจะมีการฝังเอาไว้ภายในบริเวณวัด ซึ่งเท่าที่ทราบพวกโจรได้เอาสมบัติที่บรรพชนของพวกเราที่พยายามเก็บรักษาเอาไว้ให้ลูกหลานไป

ซึ่งอาจจะนำเอาไปขาย แต่ต่อมาเจ้าหน้าที่จากทางกรมศิลปกรก็เข้ามาบูรณะซ่อมแซมและลองขุดต่อก็ยังเห็นว่ายังมีสมบัติอีกมากมายที่ถูกซ่อนอยู่ด้านล่าง ปัจจุบันสมบัติเหล่านั้นทางเจ้าหน้าที่นำมาเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี และมีการนำมาแสดงให้ประชาชนคนไทยได้ดู รวมถึงจุดที่มีการขุดพบสมบัติก็มีการเปิดให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวได้เข้าไปเยี่ยมชมได้

ถึงแม้ที่วัดแห่งนี้จะมีการถูกทำลายไปเยอะแต่ก็ยังมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์

ให้คนรุ่นหลังได้เข้าไปศึกษาข้อมูลได้เป็นจำวนมาก ที่นี่มีสิ่งก่อสร้างที่สร้างด้วยศิลาแลง มีองค์ประพระประธานองค์ใหญ่ หากใครสนใจเข้าเยี่ยมชม สามารถเข้าไปได้ตั้งแต่เวลา 8.30 น. จนถึง 16.30 น.  สำหรับวัดราชบูรณะมีประวัติระบุเอาไว้ว่าผู้ที่สร้างวัดแห่งนี้คือ สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 ซึ่งที่วัดแห่งนี้ใช้เป็นสถานที่จัดงานถวายพระเพลิงของพี่ชายของพระองค์ทั้งสองคน โดยมีเรื่องเล่าต่อๆกันมาว่า เจ้าอ้ายพระยาที่ทรงดูแลเมืองสุพรรณบุรีอยู่กับเจ้ายี่พระยาที่ดูแลเมืองสรรค์บุรี ทั้งสองพระองค์เกิดปัญหาการแย่งชิงราชสมบัติกัน

มีการต่อสู้กันขึ้นซึ่งผลที่ออกมาทั้งสองพระองค์ทรงเสด็จสวรรคตทั้งคู่ทำให้เจ้าสามพระยาจำเป็นต้องเสด็จมาจากจังหวัดชัยนาทเพื่อมาขึ้นครองราชแทน ซึ่งพระองค์ได้ใช้ที่วัดแห่งนี้เป็นที่ถวายเพลิงศพของทั้งเจ้าอ้ายพระยาและเจ้ายี่พระยา และเจ้าสามพระยาได้ทรงสร้างพระปรางค์ขึ้นโดยให้มีชื่อว่า เจดีย์เจ้าอ้ายพระยาเจ้ายี่พระยา นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ที่มาของวันสารทจีน

ที่มาของวันสารทจีน มีดังนี้

นอกจากเทศกาลที่กินเจแล้ว ไหว้พระจันทร์แล้วยังมีเทศกาลสารทจีนอีกหนึ่งประเพณีของคนจีนเพราะว่าเราสืบทอดมาตั้งแต่รุ่นโบราณ เพราะว่าวันสาทรจีนนั้นหนึ่งปีนั้นมีครั้งเดียวที่ทำให้ครอบครัวหลายครอบครัวนั้นมารวมตัวกันเพราะว่าต้องมาไหว้บรรพบุรุษของแต่ละคนนั่นเองจึงทำให้หลายครอบครัวนั้นมารวมตัวกันมากินข้าวพร้อมหน้ากันซึ่งก็ถือว่าเป็นอีกวันที่ทำให้เหล่าคนจีนนั้นมารวมตัวเป็นวันที่ทำให้เจอญาติพี่น้องได้มานั่งพูดคุยกันนั่นเอง 

วันสารทจีน คือ    วันที่สำคัญวันหนึ่งของคนจีนเพราะว่าเหล่าบรรดาลูกหลานนั้นต้องมาแสดงความยินดีต่อบรรพบุรุษเพราะว่าคนจีนนั้นมีความเชื่อว่าเป็นวันที่ประตูวิญญาณนั้นเปิดเพื่อให้มารับบุญกุศลผลบุญที่เรานั้นทำไปให้อีกด้วย

เรื่องเล่าของวันสารทจีน    ตำนานของวันสารทจีนมีเองเล่าอยู่ว่าเป็นวันที่ยมบาลนั้นลงมาตรวจบัญชีแล้วส่งให้คนที่ตายนั้นไปอยู่บนสรรค์หรือว่าลงนรกและเป็นเรื่องเล่าที่สู่กันฟังคือเรื่องของมู่เหลียน  มู่เหลียนนั้นเป็นคนที่เคร่งในการที่เจอย่างมากแต่ด้วยว่าแม่ของมู่เหลียนนั้นไม่เป็นคนที่กินเจจึงทำให้มู่เหลียนต้องทำตามที่แม่เขาสั่งมีอยู่วันหนึ่งแม่ของมู่เหลียนนั้นได้ออกอุบายว่าให้มู่เหลียนนั้นไปชวนคนที่กินเจนั้นมากินข้าวที่บ้านเพราะว่าอยากที่จะเลี้ยงข้าวคนที่กินเจหนึ่งมื้อ

โดยให้มู่เหลียนนั้นไปชวนแต่รู้ไหมว่าสิ่งที่แม่ของมู่เหลียนนั้นทำผิดต่อผู้ที่ถือศีลและกินเจนั่นก็คือเขานั้นได้ทำกับข้างเลี้ยงคนที่ถือศีลโดยที่เขานั้นได้ใส่น้ำมันหมูลงในกับข้าวแล้วให้คนที่ถือศีลนั้นทานซึ่เป็นเรื่องที่ทำผิดอย่างมากจึงทำให้แม่ของมู่เหลียนนั้นตกนรกขุมที่ 8 ได้รับความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสและเมื่อแม่ของมู่เหลียนนั้นได้ตายไปเขาจึงได้รับความทรมานโดยที่เขานั้นไม่ได้กินอาหาร

  และยังถูกแย่งจากภูตผีวิญญาณจากนั้นด้วยความที่มู่เหลียนนั้นอยากจะรับกรรมแทน แต่ว่ายมบาลนั้นได้บอกว่ากรรมใครก็กรรมมัน และสิ่งเดียวที่มู่เหลียนนั้นทำเพื่อที่จะช่วยแม่ของเขาคือการสวดคัมภีร์อิ๋ว และการถวายอาหารเป็นประจำเพื่อให้แม่ของเขานั้นหลุดพ้นจากกรรมที่ทำ 

และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจึงทำให้ชาวจีนนั้นได้สืบทอดการทำประเพณีนี้ด้วยการเซ่นไหว้บรรพบุรุษโดยที่มีอาหารคาวและหวาน  รวมไปถึงกระดาษเงินและกระดาษทองให้กับบรรดาวิญญาณญาติของตน

อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สร้างขึ้นเพื่ออะไร

จุดที่เราทุกคนเดินทางมากรุงเทพไม่รู้ว่าจะเดินทางไปที่ไหนต่ออย่างไรดี ราก็มักจะดินทางไปยังอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิก่อนเป็นที่แรก เพื่อที่จะสามารถเดินทางต่อไปตามที่ต่างๆในกรุงเทพได้ เนื่องจากตรงจุดนี้เป็นจุดศูนย์กลาง และรถส่วนใหญ่เดินทางผ่านเส้นนี้ ซึ่งเราทุกคนสงสัยกันไหมว่า เหตุใดเราจึงมีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเกิด สร้างขึ้นไว้เพื่ออะไร หรือสร้างเอาไว้เพื่อให้รถเเวียนแค่นั้น ซึ่งเราจะมาหาคำตอบกันว่า เหตุใดประเทศเราจึงมีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

อนุสาวรีย์นั้นถูกสร้างให้เป็นวงเวียนที่อยู่กึ่งกลางระหว่าง ถนนพหลโยธิน ถนนราชวิถี และถนนพณาไท ซึ่งจากจุดนี้จะเริ่มเป็นกิโลเมตรที่ 0 ซึ่งสถานที่แห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อ เป็นอนุสรณ์สถานที่เอาไว้เทิดทูญให้กับเหล่าผู้กล้าที่สร้างวรีกรรมที่น่ายกย่อง ทั้ง ทหาร ตำรวจ และพลเรือนที่เสียชีวิตให้กับเหตุการณ์ ในข้อกรณีพิพาทระหว่างประเทศไทย และประเทศฝรั่งเศษ

ในเรื่องของการปรับปรุงพรมแดนไทยที่ติดกัยอินโดจีนฝรั่งเศส ซึ่งการต่อสู้ในครั้งนั้นเราได้เสียเหล่าตำรวจ ทหาร ไปถึง 59 คน จนหลังจากที่มีการคลี่คลายปัญหาแล้ว ทางจอมพลป.พิบูลสงคราม ได้ทำการสร้างสถานที่ที่เป็นเครื่องลำลึกถึงความกล้าหาญของเหล่าวีรชนผู้เสียสละ โดยเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ปี ..​ 2485 ซึ่งก่อนที่จะได้มีการสร้างวงเวียนแห่งนี้ขึ้นมาแต่ก่อนตรงจุนี้ มีเชื่อเรียกว่า สี่แยกสนามเป้า ซึ่งเป็นจุดที่ตัดผ่าน ของถนนพญาไท ถนนราชวิถี และถนนพหลโยธิน

โดยการออกแบบนั้นก็ได้แรงบันดาลใจมากจาก ตัวแทนทั้ง 5 เหล่าทัพของไทย ที่ได้ทำการเสียสละเลือดเนื้อเพื่อแผ่นดิน จึงเป็นที่มาของปติมากรรมทหารทั้ง 5 ที่ยืนอยู่รอบตัวเสาของอนุสาวรีย์ โดยที่อาวุธประจำกายของทหารนั้นประกอบไปด้วย ดาบ และปืน ก่อสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ซึ่งผู้ที่ออกแบบก็คือ หม่อมหลวงปิ่น ซึ่งเป็นศิษย์ของ อาจารย์ ศิลป์ พีระศรี 

อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมินั้นนอกจากจะใช้เป็นที่เเวียนรถแล้ว

ยังเป็นสถานที่จารึกนามของทหารผู้เสียชีวิต ในกรณีที่ไทยเกิดข้อพิพาทกับฝรั่งเศษ และรายชื่อของทหารที่ทางไทยเราได้ส่งกำลังออกไปรบในสงครามเกาหลี และสงครามโลกครั้งที่สอง ปัจจุบันได้กลายเป็นศูนย์กลางทางการคมนาคมที่สำคัญของกรุงเทพ เพราะหากจะเริ่มต้นไปที่ใด่ไม่ถูก ให้ไปเริ่มที่อนุสาวรีย์

เพราะที่ได้รวบรวมการคมนาคมแบบ รถไฟฟ้า รถเมล์ และรถรับจ้างอื่นๆ โดยที่พื้นที่โดยรอบก็จะประกอบไปด้วยสถานที่สำคัญๆ อย่าง โรงพยาบาลราชวิถี และวิทยาลัยแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต , โรงพยาบาลเด็ก หรือ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี , โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า , วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี , คณะสาธารณะสุข และคณะทันตกรรมแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล , อาการเซ็นจูรี่ เดอะมูฟวี่พลาซ่า , เซ็นเตอร์วัน ช้อปปิ้งพลาซ่า ,เส้นทางพิเศษศรีรัช , และสถานีรถไฟฟ้า bts อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ดังนั้นที่นี่ถึงเเป็นแหล่งรวบรวมสถานที่ที่สำคัญเอาไว้

รวมไปถึงการเป็นต้นสายในการเดินทางภายในกรุงเทพและปริมณฑล ถ้าหากใครที่ต้องการจะเดินทางภายในกรุงเทพแล้วนึกไม่ออกให้เดินทางมายังอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิก่อน หลังจากนั้นคุณก็จะสามารถเดินทางไปได้ทั่วกรุงเทพมหานครอย่างง่ายดายไม่มีการหลงอย่างแน่นอน

ประวัติเรื่องอาถรรพ์ ลุงผาดบุกรุกที่วัด

ประวัติของอาถรรพ์ ลุงผาดบุกรุกที่วัดมีดังต่อไปนี้

คนที่บ้านอาศัยอยู่ไกล้วัดนั้นใช่ว่าจะเป็นคนดีไปทั้งหมดอย่างลุงฝาดอายุก็60กว่าแก่มีบ้านอยู่ติดวัดแนวรั้วบ้านขอแก่อยู่ติดหลังวัดลุงฝาดแก่ปลูกต้นมะม่วงต้นน้อยน่าเพื่อให้กิ่งนั้นเบียดเข้าไปในเขตวัดโดยเฉพาะต้นก่อไผ่จะปลูกเป็นแนวรั้วพอแตกหน่อก็เข้าไปในเขตวัดและไม่ยอมตัดเอาไปทำกินที่แก่ไม่ยอมตัดหน่อไม้ที่เข้าไปในเขตวัดเพราะจะหวัดเอาที่ตรงเขตวัดและจะย้ายหลักเขตลุงฝาดเป็นคนที่ไม่ชอบทำบุญูเท่าไหร่เช้าวันหนึ่งพระได้ออกบินฑบาตรแก่ก็จะพูดให้ลูกฟังดูสิพวกไม่รู้จักทำงานออกเช้าก็ออกถือกะลาเดินขอทานเขากินแก่มองบาตรพระเป็นกะลา

เนื่องจากไม่มีความสัทธาในพระเณรยังมีวาจาพูดจาไม่ดีต่อพระเจ้าอยู่เป็นประจำ

กินอิ่มก็เข้านอนสนุกดีจังตื่นเช้ามาก็ตีกลองให้ญาติเอาข้าวปลาไปให้กินน้ำไฟก็มีคนเสียเงินให้ชีวิตสุขสบายดีจังลุงฝาดเป็นคนขี่อิจฉาพระในวัดและไม่ชอบทำบุญูฟังธรรมหลังจากพระที่ได้ฉันข้าวเสร็จก็ได้คุยกับลุงธรรมโยมสองคนเป็นเพื่อนกันแต่มีนิสัยต่างกันโยมลุงธรรมบ้านอยู่ต้องทิศเหนือห่างจากวัดต้องไกลแต่ยังชอบทำบุญูต่างจากลุงฝาดที่มีบ้านอยู่ติดวัดแต่ไม่ชอบทำบุญูอะไรเลยจากนั้นหลวงพ่อได้บอกลุงบุญธรรมว่าลุงฝาดนั้นบุกรุกที่วัดแก่ปลูกก่อไผ่รุกที่ดินวัดทุกปีแถมยังถอดเสารั้วขยับตามหน่อก่อไผ่อีกหลวงพ่อจึงอยากบอกให้ลุงบุญธรรมช่วยไปเตือนหน่อยการรุกที่ธรณี สงฆ์

มันเป็นบาปหลวงพ่อเคยไปเตือนแล้วแต่ลุงฝาดไม่พอใจพูดจาฟังไม่ดีเลยไม่อยากจะพูดด้วยเพราะไม่อยากจะทะเลาะกับแก่หลวงพ่อก็เลยอยากจะขอร้องว่าการบุกรุกที่ธรณีมันบาปนักถึงได้ไปก็จะทำอะไรไม่ขึ้นหลวงพ่อทำได้แค่ส่ายหน้ากับความใจบาปของลุงฝาดและพูดว่า กัมมุนา วัตตติ โลโก

ทำอะไรก็ได้อย่างนั้นจากวันนั้นต่อมาลุงฝาดก็ล้มป่วยด้วยอาการแปลกๆลุงฝาดเจ็บไปทั้งตัวเหมือนมีหนามทิ่มแทงไปทั้งตัวลูกสาวจึงได้พาไปหาหมอผลปรากฏไม่เจอโรคอะไรลูกสาวคนเล็กก็ได้พาไปหาหมอทุกที่ก็บอกอาการต่างๆก็ไม่เจอโรคแบบนี้จึงได้แต่จัดยาแก่ปวดไปให้ลุงฝาดก็ได้แต่ร้องเจ็บปวดอยู่ตลอดเวลาเหมือนมีอะไรมาทิ่มแทง

หลวงพ่อได้ยินข่าวลุงฝาดไม่สบายก็เลยถามลูกสาวว่าเป็นอะไรไม่รู้เหมือนกันหลวงพ่อเจ็บไปทั้งตัวเหมือนมีหนามทิ่มไปทั้วตัวหลวงพ่อฟังแล้วก็คิดว่าเป็นโรคกรรมโรคเวรสาเหตุเพราะปลูกไผ่เป็นแนวรั้วเพราะบุกรุกที่ธรณี สงฆ์หลวงพ่อจึงแนะนำให้ขุดก่อไผ่ที่บุกรุกที่วัดออกแล้วนำเสาหลักย้ายกลับไปที่เดิมและจัดขันธ์ 5ไปขอขมาพระแม่ธรณีว่าจะไม่บุกรุกที่วัดอีกแล้วจากนั้นมาลุงฝาดก็หายจากอาการต่างๆทั้งหมดและลุงฝาดได้หันหน้าเข้าวัดทางธรรม

ข่าวทั่วไปที่สะท้อนชีวิตสังคมในปัจจุบัน

ข่าวคนเร่ร่อนกระทำอนาจารข้างถนน พ่อค้าผลไม้ทนไม่ได้ให้ตำรวจมาเคลีย

          มีรายงานข่าวว่าเมื่อวันที่17 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลาประมาณ 20.30 น. ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากพลเมืองดีให้เข้าไปช่วยจัดการกับชายหญิงคู่หนึ่งซึ่งกำลังกระทำอนาจารกันอยู่ข้างถนน โดยชายที่โทรแจ้งตำรวจเล่าว่าตนเองเป็นคนขายผลไม้ได้เข็นรถผลไม้ผ่านมาตรงอาคารพานิชย์แห่งนี้แล้วพบว่ามีชายหญิงสูงอายุคู่หนึ่งกำลังกระทำอนาจารกันในที่โล่งแจ้ง

จึงได้โทรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาจัดการ เพราะเห็นว่าชายหญิงเร่ร่อนทั้งสองคนกระทำการที่ไม่เหมาะสมในที่สาธารณะเกรงว่าถ้ามีเยาวชนหรือเด็กเดินผ่านมาทางนี้จะเห็นภาพที่ไม่ดี จึงได้ประสานงานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาดูแลความเรียบร้อย เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปถึงก็พบว่าทั้งสองคนนอนถอดเสื้อผ้ากันอยู่จึงได้ให้ทังสองคนใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วนำตัวมาสอบสวน

ได้ความว่าฝ่ายชายมีบ้านอยู่ในบริเวณนั้น แต่จะชอบออกมาเดินขอเงินชาวบ้านแล้วก็มาอาศัยหลับนอนอยู่แถวที่เกิดเหตุ ส่วนฝ่ายหญิงเดินทางมาจากอีกอำเภอหนึ่งเพิ่งมาถึงที่นี่เมื่อวานนี้แล้วได้เจอกับชายเร่รอนแล้วเกิดชอบพอกันแล้วจึงได้พากันมาก่อเหตุกระทำอนาจารกันที่นี่ ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจะนำตัวหญิงเร่ร่อนไปพักที่สถานตำรวจก่อนจะติดตามญาติมารับตัว ส่วนฝ่ายชายให้กลับบ้านได้

จากข่าวที่เกิดขึ้นทำให้รู้ว่าสังคมเราเดี๋ยวนี้ มีแต่เรื่องเสื่อมโทรมลงทุกที

ทั้งเรื่องการที่คนเรามีบ้านอยู่ดีๆแล้วชอบออกมาทำตัวเป็นขอทานเร่ร่อนขอเงินคนอื่นใช้รวมถึงกระทำลามกอนาจารในสถานที่ที่ไม่สมควรทำโดยที่ทั้งสองคนไม่ได้รู้สึกละอายใจต่อสิ่งที่ทำลงไป ตามข่าวที่อ่านคือฝ่ายชายอายุ 60 ปีและฝ่ายหญิงอายุ 40 ปี ซึ่งทั้งสองคนถือว่าเป็นผู้ใหญ่จนถึงแก่มากแล้ว การกระทำแบบนี้จึงไม่ควรที่จะเกิดขึ้น อายุมากขนาดนี้แล้วน่าจะปลงเรื่องกิเลสตันหากันบ้างได้แล้วหรือถ้ามีความชอบในเรื่องนี้มากจริงๆ ก็ควรที่จะหาสถานที่ที่มิดชิดกว่านี้ในการทำ

เพราะอย่างที่คนขายผลไม้บอก ว่าหากมีเด็กหรือเยาวชนผ่านมาเห็นเข้า พวกเขาจะรู้สึกอย่างไง จะเลียนแบบพฤติกรรมที่น่ารักเกลียดนี้หรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ หากเด็กเหล่านี้ผ่านมาเห็นคงมีการเกิดคำถามหรือถ่ายคลิปเอาไปโพสต์เพื่อวิพากษ์วิจารณ์กันสนุกปาก แล้วครอบครัวของชายและหญิงเร่ร่อนจะต้องอับอายต่อการกระทำของทั้งสองคนมากแค่ไหน อยากให้คนเรามีจิตสำนึกที่ดีกว่านี้ว่าสิ่งไหนควรทำ หรือสิ่งไหนไม่ควรทำ เพราะจะได้ทำให้สังคมไทยมีความน่าอยู่ขึ้น

Telephoto Lens พื้นฐานเลนส์ที่ควรรู้

ชื่อก็บ่งบอกแล้วล่ะว่าเป็นเลนส์ประเภทไหน มันคือเลนส์ที่เป็นช่วงมุมแคมหรือเรียกอีกอย่างว่า Narrow Angel เป็นเลนส์ท่เป็นระยะที่มากกว่า 50 mm ขึ้นไป

เพราะเกิดภาพเป็นแบบกำลังขยายแล้ว แต่ส่วนตัวผมนั้นมองว่าต้องเป็นระยะ 70 mm ขึ้นไป ผมถึงจะเรียกว่าเป็นเลนส์ทางไกล เลนส์ระยะนี้ถือเป็นเลนส์ที่ไม่ได้แพงเพราะเรื่องสูตรเลนส์สักเท่าไหร่

แต่คิดว่านะจะแพงจากพวกวัสดุที่ใช้ทำเลนส์ที่มากขึ้นมาก เพราะอาจจะต้องแก้วที่หนากว่าหรือใหญ่กว่า รวมทั้งกระบอกเลนส์ด้วยที่ต้องใช้วัสดุเยอะขึ้น

ระยะเลนส์นี้มีจุดเด่นสุดก็คือความละลายหลังแล้วก็มุมที่ไม่เกิดการบานออก นั้นทำให้การถ่ายภาพแบบ Portrait ออกมาดูสวยงามอย่างมาก

นี่แหละการถ่ายแบบต่างๆจึงนิยมใช้เลนส์ระยะไกลแบบนี้ รวมทั้งการเบลอที่มากกว่าระยะอื่นโดยที่ค่ารูรับแสงเท่ากันก็ตาม เลนส์ระยะนี้

เหมาะจะไปใช้ในการถ่ายได้หลายต่อหลายแบบ ไม่ใชแค่กับการถ่ายแบบ Portrait หรอกนะ เพราะธรรมชาติของเลนส์ระยะไกลนี้ สามารถทำให้จุดที่เราโฟกัสดูมีความหน้าสนใจมากกว่าเลนส์ระยะมุมกว้างกับมุมธรรมดา ทำให้ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเอาไปถ่ายอะไรที่ต้องการดึงความสนใจเฉพาะจุด ถือว่ามันทำได้ดีมากกว่าเลนส์ระยะอื่นอย่างแน่นอน

เลนส์ระยะไกลนั้นมีหลายระยะมากๆ แล้วเรียกได้ว่าไม่มีที่สิ้นสุดกันเลยทีเดียว

ถ้าเอาเฉพาะถ่ายง่ายๆสำหรับช่างภาพทั่วไปก็ เป็นระยะ 85-135 ก็ถือว่าได้ภาพที่ตัวแบบด่นสุดๆแล้วล่ะ แต่ถ้าเล่นระยะไปถึง 200 mm ขึ้นไปละก็ ก็จะเป็นแนวถ่ายกีฬาหรือถ่ายการแข่งขันต่างๆเลย

เพราะจะต้องมีระยะซูมมากเพื่อที่จะไม่ทำให้ตัวแบบที่อยู่ในสนามแข่งนั้นเล็กเกินไป สาย landscape ธรรมชาติ ก็มักจะใช้เลนส์ระยะนี้ในการถ่ายเช่นกัน

เลนส์ระยะถือว่าเป็นะยะที่ช่างภาพทุกคนควรมีไม่ว่าจะเป็นช่างภาพสายไหนก็ตาม เลนส์ระยะนี้สามารถถ่ายได้ทุกแนว แต่ข้อเสียของเลนส์นี้ก็คงเรื่องที่ช่างภาพเข้าใจแน่ๆ

ก็คือความไกลที่ต้องไกลพอสมควรกับตัวแบบ ยิ่งซูมมากก็ยิ่งไกล เพราะฉนั้นเอาไปถ่ายสถานที่แคบๆนี่ไม่ได้เลย

บาส นัฐวุฒิ พูนพิริยะ

สุดยอดหนังแหวกแนวแห่งยุคนี้เลยล่ะ เพราะช่วงนี้อะนะมีหนังที่เข้าฉายในโรงมีแต่พวกหนังซุปเปอร์ฮีโร่เต็มไปหมด แล้วนั้นก็ถือเป็นสุดยอดหนังที่ออกมาฝ่าทุกคำบรรยาย ต้องยกความดีความชอบให้พี่ บาส ผู้กำกับหน้าใหม่ที่หน้าติดตามผลงานอย่างมาก

เรื่อง ฉลาดเกมส์โกง นั้นถือเป็นหนังเรื่องที่สองของพี่เขา

ซึ่งทั้งสองเรื่องก็เป็นหนังที่สร้างกระแสมาได้อย่างดี เพราะว่าผู้กำกับคนนี้มีความคิดที่แหวกแนวและบทเรื่องที่ไม่เหมือนใครจริงๆ แล้วหนังเรื่องนี้ ฉลาดเกมส์โกง ก็กลายเป็นหนังที่กวาดรางวัลไปได้เพียบเลยล่ะ แม้แต่ในต่างประเทศด้วยซ้ำ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

หนังเรื่องที่เป็นกระแสอย่างรุนแรงนี้ คือหนังที่เกี่ยวกับการที่นักเรียนฉลาดๆกลุ่มนึง

ร่วมมือกับนักเรียนที่มีความคิดที่จะโกงข้อสอบทุกวิถีทาง แล้วก็นำวิธีที่คิดมาอย่างมีแบบแผนมาทำเป็นธุรกิจ ซึ่งไม่น่าเชื่อเลยว่าจะทำเงินได้มหาศาลอย่างมาก มีนักเรียนที่ต้องการจะสอบผ่านไปยังมหาลัยดีๆอยู่มากมายหลายคน และแน่นอนว่าเหล่าเด็กหัวไม่ดีหรือเด็กที่เอาแต่เล่นไม่ยอมเรียน พ่อแม่ก็ได้จัดค่าใช้จ่ายในการโกงอย่างเต็มที่

ไม่ใช่แค่เด็กหัวไม่ดีทั้งหลายนะ แม้แต่เด็กหัวดีก็ตัวดีกันเลยเพราะด้วยความกดดันแล้วก็ความไม่มั่นใจในตัวเองของเด็กเก่งๆ ก็ได้จ่ายเพื่อที่จะได้โกง ได้ลอกข้อสอบแบบมีแบบแผน แล้วธุรกิจนี้ก็เป็นธุรกิจที่ต้องแข่งเรื่องมันสมองของเหล่าองค์การการสอบแล้วก็เด็กฉลาดที่คิดแผนโกงขึ้นมา

เนื้อเรื่องจริงมีความตื่นเต้นน่าสนใจตลอดทั้งเรื่อง แล้วก็ทำให้คนดูติดตามอย่างใจจดใจจ่อเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าการโกงจะถูกจับได้หรือจับไม่ได้ก็ตาม แต่ในความจริงที่ว่า การโกงก็ไม่ใช่เรื่องดีอะไรสุดท้ายในใจของคนโกงก็จะอยู่อย่างร้อนใจอยู่ดี

แต่ถึงยังไงหนังนอกกระแสก็เป็นหนังนอกกระแส ต่อให้บูมขึ้นมามีคนไปแห่กันไปดูยังไงก็ยังเป็นหนังนอกกระแส ที่ยากที่จะทำรายได้ถล่มถลายเอาชนะหนังในกระแสที่เป็นระดับสูงๆได้อยู่ดี

แทงมวยออนไลน์บุกสถานที่เที่ยวสำคัญๆ ใน ลาส เวกัส

สถานที่เที่ยวสำคัญๆ ใน ลาส เวกัส

เดอะ สตริป (The Strip)

เดอะ สตริป ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่สุดของ ลาส เวกัสเรียกได้ว่าถ้าใครมาก็ต้องมาแวะย่านนี้แน่นอน หรือถ้าไม่มาที่นี่ก็อาจจะเรียกได้ว่า

คุณยังมาไม่ถึง ลาส เวกัส จริงๆ เดอะ สตริป เป็นส่วนหนึ่งของถนนลาส เวกัส ใต้มีเนื้อที่ยาวราวๆ เกือบ 7 กิโลเมตร จุดนี้เป็นเหมือนใจกลางที่รวมโรงแรม รีสอร์ท

ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า รวมถึง คาสิโน มากมายเรียกได้ว่า โรงแรมดังๆระดับโลก คาสิโน ที่มีชื่อเสียงที่สุดของโลก จะรวมอยู่ตรงนี้แทบทั้งหมด

อีกสิ่งที่ดึงดูดตาดึงดูดใจของคนที่ไปเที่ยวแถวนั้น ก็คือ ขบวนพาเหรดโชว์ระดับโลกต่างๆ แสงสีเสียงแบบขั้นสุดอยู่รอบตัวเรา 360 องศา ตลอด 24 ชั่วโมง

ซึ่งถ้าเราเริ่มเดินไล่ตั้งแต่หัวซอยยันท้ายซอย ในช่วงต้นสาย

คุณจะได้พบกับ โรงแรม วินน์ & อองเกอร์ (Wynn & Encore) โรงแรมสุดหรูที่จะดึงดูดสายตาให้คุณหันไปมองแน่นอน ต่อด้วย เดอะ มิราจ (The Mirage) แวะชมพูเขาไฟระเบิดอันเลื่องชื่อของ ลาส เวกัส

แล้วอาจจะต่อด้วยการไปล่องเรือที่ เดอะ เวเนเชี่ยน แอนด์ กอนโดล่า (The Venetian and Gondola Rides) ชมวิวทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำที่สร้างขึ้นมาอย่างสวยงาม เดินต่อไปเรื่อยๆ จนถึงช่วงกลางๆ ของ เดอะ สตริป คุณจะได้พบกับ ซีซาร์ พาเลซ (Ceasar Palace) โรงแรมและคาสิโน ชื่อก้องโลกที่คุณอาจเคยในภาพยนตร์ดังๆ หลายเรื่อง รวมถึงหยุดชมการแสดง น้ำพุเต้นระบำ (Fountain Show) ที่โด่งดังสุดๆ ซึ่งใกล้ๆ กันคือ ปารีส ลาส เวกัส และ หอไอเฟล (Paris Las Vegas and Eiffel Tower) แบบจำลองเสมือนจริง กับวิวสุดตระการตา ส่วนทางตอนใต้ของ เดอะ สตริป

สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณพลาดไม่ได้เลยคือ การถ่ายรูปกับป้ายไฟ “Welcome to Fabulous Las Vegas” ที่เราเห็นตามโซเชียลมากมาย แล้วก็มี มันดาเลย์ เบย์ (Mandalay Bay)ทะเลขนาดใหญ่ที่สร้างด้วยฝีมือมนุษย์ เป็นสิ่งตอกย้ำให้ชัดเจนว่าที่ ลาส เวกัส

สามารถเนรมิตให้มีได้ทุกสิ่งจริงๆ ต่อด้วย เอ็มจีเอ็ม แกรนด์ (MGM Grand)รีสอร์ทคอมเพล็กซ์ แหล่งรวมความบันเทิง และงานใหญ่ต่างๆ ของโลก ไม่ว่าจะเป็น การชกมวย โชว์มายากล หรือแม้แต่คอนเสิร์ต ที่เรียกได้ว่าต้องใหญ่จริงเท่านั้นถึงจะมาจัดที่นี่ได้

 

ขอขอบคุณเรื่องราวของสถานที่เที่ยวใน ลาส เวกัส ที่เว็บ แทงมวยออนไลน์ ได้นำมาฝาก