เรื่องราวเกี่ยวกับทองที่พัฒนามาเป็นธนบัตรให้เราได้ใช้ในปัจจุบัน

เรื่องราวเกี่ยวกับทอง มาอีกแล้วกับข้อมูลที่เราได้ไปอ่านเจอมา แล้วอยากที่จะนำมาเล่าให้ทุกคนได้ฟันกัน โดยเนื้อหาที่นำมาฝากก็จะมีสาระเหมือนเช่นเคย และในวันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องทองคำ ฟังไม่ผิดหรอกค่ะ เรื่องของทองคำที่เรารู้จักกันดีว่ามีมูลค่าสูงมาก ถ้าหาดชกว่าใครมีเยอก็ถือว่าเป็นคนรวยหรือว่าเป็นมหาเศรษฐีกันเลยทีเดียว

ถือได้ว่าทองคำนั้นเป็นสินทรัพย์ชนิดหนึ่งที่มีมูลค่าในตัวเอง รวมไปถึงเป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงอีกด้วย โดยซื้อง่าย ขายคล่อง เปลี่ยนไปเป็นเงินสดได้อย่างรวดเร็วมากๆ ซึ่งในวันนี้เราอยากที่จะเล่าประวัติของทองให้ทุกคนนั้นได้รับฟังกัน สักเล็กน้อยเพื่อเป็นความรู้อีกด้านหนึ่ง

ซึ่งหลายคนอาจจะสงสัยกันว่าทำไมทองคำนี้ ถึงได้อยู่คู่มากับมนุษย์อย่างเรา นานขนาดนี้ โดยตั้งแต่สมัยก่อนนี้ ทองคำถือได้ว่าเป็นสื่อกลางการแลกเปลี่ยน พูดง่ายๆก็คือเวลาที่เรา จะไปซื้อของ หรือว่าจะไปจับจ่ายใช้สอยเนี่ย ก็จะนำทองคำเนี่ยแหละค่ะ นำมาเป็นตัวแลกเปลี่ยนกันนั่นเอง

ซึ่งมีการเริ่มต้นขึ้นที่ประเทศอังกฤษนะคะ จากนั้นทองคำเหล่านี้ก็เริ่มที่จะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยการนำมาใช้งานกันมากขึ้น จนกระทั่งอังกฤษได้ทำการเผยแพร่ อณานิคมของพวกเขาออกไป จากนั้นพวกเขาก็บังคับให้คู่ค้าของพวกเขานั้น จะต้องใช้ทองคำเพื่อนำไปเป็นสื่อกลาง เอาไว้ใช้สำหรับทำการแลกเปลี่ยนเท่านั้น

ดังนั้นการใช้ทองคำเหล่านี้จึงเป็นที่นิยมเพิ่มมากขึ้นและก็แพร่หลายขึ้น นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แต่ก็ต้องบอกว่าพอได้ระยะเวลาที่ผ่านไปเรื่อยๆนั้น มนุษย์ก็ได้คิดค้นและเริ่มประดิษฐเงินที่ทำมาจากกระดาษขึ้น หรือที่เรารู้จักในชื่อเรียกว่าธนบัตร หรืออีกชื่อว่า เงินเฟียส นั่นเอง 

โดยผลิตธนบัตรเหล่านี้ขึ้นมาก็เพราะว่า มันสามารถพกพาได้สะดวกกว่าการพกพาทองคำนั่นเอง โดยไม่ว่าจะใช้อะไรมันก็สามารถใช้งานได้ง่ายกว่าการพกทองคำนี้ ดังนั้นจากเมื่อก่อน จากที่ทองเคยเป็นสื่อกลางการแลกเปลี่ยน เอาไว้ใช้ซื้อของจำเป็น ของจับจ่ายใช้สอย โดยทองคำก็ได้เปลี่ยนหน้าที่กลายมาเป็นตัวแบล็คอัพมูลค่า ให้กับธนบัตร

คืออธิบายง่ายๆก็คือ ในสมัยก่อนนั้น การที่เราจะพิมพ์ธนบัตรออกมา เราจำเป็นที่จะต้องนำทองคำไปค้ำประกันก่อน ให้มีมูลค่าที่เท่ากับธนบัตรที่จะพิมพ์ออกมา ไม่เช่นนั้นใครจะมาให้มูลค่ากับกระดาษล่ะเนอะ นี่แหละที่เป็นกลไกลการผลิตธนบัตรของเมื่อก่อนนี้

แต่ว่าปัญหาก็คือในปี 1972 ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ที่มีชื่อว่าคุณนิกสัน ได้ทำการประกาศยกเลิก GOLD STANDARD หรือว่าเป็นการประกาศยกเลิกว่าต่อจากนี้ถ้าหาดชกว่าเราจะผลิตเงินดอนล่าสหรัฐออกมาเนี่ย เราไม่จำเป้นที่จะต้องเอาทองคำไปค้ำประกัน อีกแล้ว ซึ่งเป็นแบบนี้ก็คือสหรัฐสามารถที่จะพิมพ์แบ้งค์ดอนล่าได้เท่าไหร่ก็ได้ไม่มีจำกัดนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย     www.ufabet.com เริ่มเดิมพัน

พลาสติกกับ Cicular Economy

Cicular Economy  คือรูปแบบในการดำเนินธุรกิจแบบเศรษฐกิจหมุนเวียนซึ่งวิธีการนี้เป็นวิธีการที่ทางรัฐบาลต้องการให้ประชาชนมีการพัฒนาเศรษฐกิจในรูปแบบของเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อให้ประเทศมีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้นด้วยหลักการนี้จะเป็นการให้ความสำคัญเกี่ยวกับทรัพยากรที่มีอยู่ในประเทศแล้วนำทรัพยากรนั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

       หลักการนี้เป็นหลักการที่เรากำลังมีการพูดถึงและกำลังมีการทำกันอยู่ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ประเทศไทยเท่านั้นแต่ยังมีอีกหลายประเทศทั่วโลกที่นำหลักการนี้มาใช้สำหรับเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศไทยที่กำลังทำกันอยู่ในตอนนี้ก็คือการที่เรานำขวดพลาสติก

ซึ่งใช้แล้วกลับมาใช้งานใหม่ด้วยขวดพลาสติกนั้นส่วนใหญ่ก็จะเป็นขวดน้ำหรือไม่ก็กดเครื่องดื่มที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์แล้วนำกลับมารีไซเคิลเพื่อใช้งานใหม่โดยการรีไซเคิลนั้นจะนำขวดพลาสติกไปทำเป็นเม็ดพลาสติก

       ซึ่งเม็ดพลาสติกเหล่านี้คือวัตถุดิบชั้นยอดที่เราสามารถจะนำไปผลิตสินค้าอะไรก็ได้  ได้หลากหลายเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็นการนำเม็ดพลาสติกไปใช้ในการผลิตเสื้อผ้าหรือแม้แต่เส้นใยรวมถึงสิ่งต่างๆและยังสามารถนำกลับมาใช้งานผลิตเป็นขวดพลาสติกใหม่หรือถุงพลาสติก ได้อีกด้วย 

ปัจจุบันนี้อุตสาหกรรม การผลิตขวดที่บรรจุเครื่องดื่มหรือแม้แต่บรรจุอาหารต่างๆมีความจำเป็นอย่างมากที่จะใช้เม็ดพลาสติกและใช้ในปริมาณที่มากอีกด้วยดังนั้นเราอาจกล่าวได้ว่าเมื่อเรามีการใช้ขวดน้ำเสร็จแล้วเราสามารถนำขวดน้ำกลับมาใช้ประโยชน์ด้วยกันกับมารีไซเคิลกลับมาใช้งานใหม่อีกครั้งหนึ่งซึ่งวิธีการนี้เราเรียกวิธีการนี้ว่าเศรษฐกิจหมุนเวียนนั่นเอง 

          ก่อนหน้านี้การนําขวดพลาสติกมาทำการรีไซเคิลและกลับมาใช้งานใหม่นั้นไม่เป็นที่ยอมรับมากนักเนื่องจากว่ามีความหวาดกลัวกันว่าจะไม่ปลอดภัยเพราะอาจจะมีสารตกค้างจากการที่มีการรีไซเคิลขวดพลาสติกเพราะการที่จะทำเม็ดพลาสติกได้นั้นจะต้องมีการใช้สารเคมีต่างๆด้วย

ดังนั้นหลายคนจึงมองว่าอาจจะเกิดสารเคมีตกค้างและส่งผลเสียต่อร่างกายก็ได้หากมีการใช้งานพลาสติกรีไซเคิลต่างๆหรือแม้แต่พลาสติกที่ไม่ใช่ทำมาจากรีไซเคิลก็เป็นอันตรายต่อร่างกายด้วยเช่นเดียวกัน

         และจากการที่ต้องการให้มีการนำของมาทำการรีไซเคิลดังนั้นจึงได้มีการทำการวิจัยและประเมินผล 1 อันตรายจากการใช้พลาสติกรีไซเคิลว่าจะมีสารตกค้างในปริมาณที่เป็นอันตรายหรือไม่ซึ่งในขณะนี้มีการทำการวิจัยมาแล้ว 1 ปีเต็มนอกจากนี้ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเองก็ได้มีการทำการวิจัยในเรื่องนี้เช่นเดียวกันซึ่งในขณะนี้ผลการทำการวิจัยออกมาเป็นที่น่าพอใจเพราะว่าเราสามารถที่จะผลิตเม็ดพลาสติกโดยมีการคำนวณค่าให้สามารถที่จะยอมรับได้ว่าสารตกค้างที่มีอยู่นั้นจะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้งานอย่างแน่นอน 

          อย่างไรก็ตามสำหรับการรีไซเคิลพลาสติกกลับมาใช้งานใหม่ที่จะไม่มีผลต่อปัญหาด้านสุขภาพของผู้ที่ใช้งานนั้นจะต้องมีการลงทุนค่อนข้างสูงดังนั้นอาจจะมีความเป็นไปได้ว่านักลงทุนอาจจะไม่ค่อยกล้าลงทุนมากนักแต่ถ้าสามารถที่จะลงทุนได้รับรองได้ว่าปัญหาขยะของประเทศจะได้รับการแก้ไขจากการรีไซเคิลนี้อย่างแน่นอน 

 

สนับสนุนโดย.    ufabet ฝาก-ถอน ออโต้

สาวรีวิวบาร์ ญี่ปุ่น พนักงานชายใส่เสื้อวินมอเตอร์ไซค์ ทำสาวโซเชียลกรี๊ดหนัก คอมเม้นต์ถล่มทลาย

   สาวรีวิวบาร์ ญี่ปุ่น พนักงานชาย  เมื่อวันที่ 17 เดือนพฤศจิกายนปี พ.ศ. 2564 มีหญิงสาวคนนึงเธอได้ไปเที่ยวบาร์แห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่นด้วยว่าดังกล่าวนั้นอยู่ย่านอุเอโนะ    และเธอก็ได้มีการรีวิวถ่ายภาพบรรยากาศภายในบาร์แห่งนั้นลงโซเชียลโดยมีการนำมาโพสต์ใน tiktok ซึ่งหลังจากที่คนในโซเชียลได้เห็นภาพบรรยากาศภายในบาร์ต่างก็พากันออกมากรี๊ดกร๊าดกันหนักมาก  

    ส่วนสาเหตุที่ทำให้สร้างความฮือฮาให้กับโลกโซเชียลได้นั่นก็เพราะว่าทางร้านได้มีการนำเสื้อวินมอเตอร์ไซค์ซึ่งถ้าหากดูดีๆจะเห็นว่าเป็นเสื้อวินมอเตอร์ไซค์ที่นิยมใส่กันในประเทศไทยโดยมีการปิ๊งไอเดียนำไปเป็นชุดยูนิฟอร์มให้กับพนักงาน

และที่สำคัญพนักงานแต่ละคนที่ใส่เสื้อวินมอเตอร์ไซค์นั้นหน้าตาก็รอเราเอากันไม่ว่าจะเป็นพนักงานเสิร์ฟภายในร้านหรือแม้แต่นักดนตรีที่ร้องเพลงภายในบาร์ดังกล่าวต่างก็ใส่ชุดยูนิฟอร์มนี้กันทุกคนทำให้คนที่ได้เห็นภาพดังกล่าวนั้นต่างก็พากันกรี๊ดกร๊าดเลยทีเดียว

      ส่วนหนึ่งนั้นก็คือภาพเสื้อวินมอเตอร์ไซค์สีส้มที่อยู่ประเทศไทย   betufa สมัคร   แต่ไปดังไกลถึงต่างประเทศกับอีกส่วนหนึ่งก็คือใบหน้าของเหล่าบรรดาพนักงานในบาร์ดังกล่าวที่ถูกใจบรรดาสาวๆเป็นอย่างมากโดยหลายคนอยากที่จะเดินทางไปเที่ยวบาร์ดังกล่าวกันเลยทีเดียว  

อย่างไรก็ตามหญิงสาวยังมีการระบุด้วยว่าเสื้อวินมอเตอร์ไซค์ที่เป็นชุดยูนิฟอร์มของทางร้านนั้นจะมีหมายเลขประจำตัวของแต่ละคนนอกจากนี้ตัวหนังสือที่ระบุเอาไว้ก็ยังเป็นสีสะท้อนแสงที่ทำให้ง่ายต่อการเรียกใช้สอยเพราะสามารถเรียกจากหมายเลขของพนักงานได้

        อย่างไรก็ตามถ้าหากชาวโซเชียลคนไหนอยากจะแวะไปเที่ยวบาร์ดังกล่าวนั้นสามารถเดินทางไปได้เนื่องจากว่าปลาดังกล่าวอยู่ในอาคารโดยนักท่องเที่ยวสามารถที่จะขึ้นไปบริเวณบนชั้น 2 ก็จะพบบาร์นี้ชื่อว่าร้านมุมปากบาร์สำหรับแขกแกนั้นเป็นสถานที่ที่สำคัญแห่งหนึ่งของกรุงโตเกียวเป็นจุดที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวญี่ปุ่นรวมถึงชาติอื่นๆเดินทางไปเที่ยวกันไม่ขาดสายเนื่องจากว่าเป็นถนนสายเศรษฐกิจการท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นนั่นเอง  

      เชื่อว่าหลังภาพนี้ถูกเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์จะมีการแชร์กันมากยิ่งขึ้นและอีกไม่นานบางแห่งนี้น่าจะได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากนักท่องเที่ยวชาวไทยที่อยากจะไปสัมผัสบรรยากาศภายในร้านแห่งนี้รวมถึงได้ไปนั่งพูดคุยกับบรรดาพนักงานภายในบาร์แห่งนี้ที่หน้าตาแต่ละคนนั้นงานดีมากๆเลยทีเดียว  

หนุ่มช็อค ไปกินข้าวที่ร้านอาหารเจอค่ากระเพาะปลา 5,000 ปีกไก่จานละ 1,000 บาท

หนุ่มช็อค ไปกินข้าวที่ร้านอาหาร   ในเพจอยากดังได้มีการใช้เรื่องราวของชายหนุ่มคนหนึ่งที่นำมาโพสต์เอาไว้โดยเป็นการเล่าเรื่องราวเอาไว้เมื่อวันที่ 23 เดือนมกราคมปีพศ. 2565 ซึ่งชายหนุ่มคนดังกล่าวระบุว่าตัวเขาเองนั้นเดินทางไปที่จังหวัดนครพนมและได้ไปรับประทานอาหารที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งหลังจากที่มีการสั่งอาหารไปแล้ว

ปรากฏว่าเมื่อมีการเช็คบิลออกมายอดค่าอาหารนั้นค่อนข้างแพงมากสูงเกินความเป็นจริงดังนั้นใช่หนุ่มรายนี้จึงต้องการวอนขอให้ทางเจ้าหน้าที่หน่วยงานด้านสคบของจังหวัดนครพนมเข้าไปทำการตรวจสอบร้านอาหารดังกล่าวที

       สำหรับรายการค่าอาหารที่ชายหนุ่มคนดังกล่าวได้มีการนำมาโพสต์พร้อมกับบิลของทางร้านที่มีการแชร์ออกมาให้เห็นนั้นยอดรวมที่ต้องจ่ายคือ 3 หมื่นกว่าบาทซึ่งมีรายการอาหารที่มูลค่าค่อนข้างสูงมากอย่างเช่นไก่ทอดน้ำปลานั้นคิดค่าบริการสูงถึงจานละ 1,000 บาท

แต่ถ้าดูในจานที่ถ่ายออกมาให้เห็นจะเห็นว่ามีไก่เพียงไม่กี่ชั้นเพลงเท่านั้นในขณะที่กระเพาะปลามีการสั่ง 1 หม้อซึ่งมีการระบุว่ากระเพาะปลาที่มีการสั่งมานั้นมีการใส่หม้อที่มีขนาดความกว้าง 20 นิ้วถูกทางร้านคิดค่าบริการอยู่ที่หม้อละ 5,000 บาท

         ในขณะที่อาหารจานอื่นๆนั้นก็มีราคาไม่ต่ำกว่า 1000 บาทเลยทีเดียวและที่ดูแพงมากและทำให้ ชายหนุ่มที่ไปกินอาหารร้านดังกล่าวรับไม่ได้ก็คือค่าน้ำแข็งซึ่งมีการสั่งเอามาสำหรับเอาไว้แช่เบียร์เพียงแค่ถังเดียวถูกเรียกเก็บค่าบริการถึง 1,000 บาทโดยชายหนุ่มรายนี้ระบุว่าเขาไปกินร้านอาหารดังกล่าวเนื่องจากว่าไปจัดงานวันเกิดโดยมีคนไปร่วมงานจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 30 คนด้วยกันและใช้ระยะเวลาในการกินอาหารภายในร้านนั้นประมาณ 4 ชั่วโมงทำให้เขานั้นค่อนข้างที่จะตกใจกับรายการอาหารมาก

          หลังจากที่เห็นบินอย่างไรก็ตามเบื้องต้นเขาได้มีการจ่ายค่ามัดจำไปแล้วจำนวน 10,000 บาทแต่ส่วนที่เหลือนั้นจะต้องมีการพูดคุยกับทางเจ้าของร้านอีกครั้งหนึ่งและเขาได้มีการแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจเป็นที่เรียบร้อยแล้วเพราะต้องการให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจลงตรวจสอบพื้นที่ว่ามีการเรียกเก็บค่าอาหารแพงเกินความเป็นจริงหรือไม่ 

     อย่างไรก็ตามที่ชายหนุ่มรายนี้ได้ออกมาโพสต์ผ่านทาง Social Media เขาต้องการที่จะให้คนในจังหวัดนครพนมและบรรดาเพื่อนสนิทของเขาที่เป็นเพื่อนในเฟซนั้นทราบว่าร้านอาหารดังกล่าวนั้นมีการคิดค่าบริการแพงเกินจริงซึ่งเขาได้ทักหาเพื่อนๆทุกคนเพื่อที่จะได้มีการบอกกล่าวเรื่องราวให้ฟังเพื่อไม่ให้เพื่อนของเขานั้นตกเป็นเหยื่อของร้านอาหารดังกล่าวด้วยเช่นเดียวกันแต่ถ้าหากใครสนใจที่อยากจะลองไปแวะทานอาหารที่มีราคาสูงก็สามารถไปได้เช่นเดียวกันซึ่งชายหนุ่มรายนี้ก็ได้แจ้งชื่อร้านอาหารและพิกัดของร้านเอาไว้ให้ทราบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

สนับสนุนโดย.     ufabet เว็บตรง

ผู้ปกครองปวดใจ เมื่อเห็นข้อสอบเด็ก ป.1 กับคำเฉลยที่ยังยึดติดกับอดีตเมื่อหลายร้อยปี

     ผู้ปกครองปวดใจ  ช่วงนี้โรงเรียนส่วนใหญ่ยังคงมีการเรียนการสอนเป็นแบบออนไลน์มีน้อยมากที่มีการเปิดการเรียนการสอนแบบ on site เนื่องจากว่ายังคงค่อนข้างเสี่ยงที่อาจจะทำให้เด็กติดเชื้อไวรัสโควิดได้เพราะหลังจากที่มีการเปิดการเรียนการสอนได้เพียงไม่แค่ถึงสัปดาห์เท่านั้นมีหลายโรงเรียนในต่างจังหวัดนั้นพบว่ามีเด็กนักเรียนติดเชื้อไวรัสโควิดจนบางโรงเรียนนั้นจำเป็นที่จะต้องมีการปิดการเรียนแบบ on-site แล้วกลับมาเรียนแบบออนไลน์  

      อย่างไรก็ตามสำหรับการเรียนแบบออนไลน์นั้นทำให้ผู้ปกครองหลายคนได้เห็นว่าลูกหลานของตนเองนั้นเรียนเป็นแบบไหนเนื้อหาที่เรียนนั้นมีรูปแบบเนื้อหาการเรียนเป็นอย่างไรซึ่งบางครั้งเราจะเห็นได้ว่ามีผู้ปกครองหลายๆนำข้อสอบหรือแบบฝึกหัดของลูกหลานของตนเองมาโพสต์ในโลกออนไลน์เพราะส่วนใหญ่แล้ว

มักจะเจอกับปัญหาว่าสื่อการเรียนการสอนที่นำมาสอนให้กับเด็กนั้นไม่เหมาะสมกับอายุและวัยของเด็กนอกจากนี้ครูบางคนยังมีการให้เด็กทำข้อสอบแล้วเฉลยคำตอบให้กับเด็กแบบผิดพลาดอีกด้วยหลายครั้งที่ครูกับผู้ปกครองทะเลาะกันเพราะครูสอนข้อมูลที่ไม่ถูกต้องให้กับเด็กเด็ก

        ก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่วันก็มีผู้ปกครองออกมาโพสต์เกี่ยวกับครูสอนภาษาอังกฤษที่ไม่ถูกต้องซึ่งล่าสุดก็มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการเรียนการสอนแบบออนไลน์อีกครั้งหนึ่งเมื่อมีผู้ปกครองหนุ่มรายหนึ่งได้มีการโพสต์ข้อสอบของเด็กชั้นป 1 โดยมีคำถามที่ครูได้ออกข้อสอบมาถามเด็กเกี่ยวกับการเจริญรุ่งเรืองของประเทศไทย

ว่ามีสาเหตุมาจากอะไรจนถึงปัจจุบันนี้ไทยถึงยังคงเจริญรุ่งเรืองอยู่ซึ่งคำตอบนั้นเด็กเลือกที่เป็นประเทศไทยเริ่มมีเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้งานแต่คำตอบของคุณครูนั้นให้คำตอบนี้เป็นคำตอบที่ผิดเพราะครูมาว่าคำตอบที่ถูกต้องนั่นก็คือประเทศไทยมีบรรพบุรุษที่ดีที่เสียสละ ทำให้ปัจจุบันนี้ประเทศไทยจึงเจริญก้าวหน้านั้นเอง

       ซึ่งหลายคนที่ได้เห็นคำตอบนี้กลับมองว่าคำตอบนี้เป็นคำตอบที่โบราณมากแล้วและสถานการณ์ของประเทศนั้นเปลี่ยนแปลงไปแล้วยุคสมัยบรรพบุรุษที่เสียสละชีวิตนั้นผ่านมาหลายร้อยปีแล้วดังนั้นเราไม่ควรยึดติดกับเรื่องราวเก่าๆควรที่จะมีการออกข้อสอบที่เป็นข้อมูลยุคปัจจุบันให้กับเด็กอย่างไรก็ตามสำหรับข้อสอบนี้เป็นข้อสอบของโรงเรียนแห่งหนึ่ง  ย่านนวมินทร์  

   อย่างไรก็ตามข้อสอบดังกล่าวนั้นไม่ได้มีการระบุว่าเป็นของวิชาอะไรซึ่งถ้าหากว่าเป็นวิชาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ก็สามารถเข้าใจได้เกี่ยวกับเรื่องของคำตอบแต่ถ้าเกิดว่าเป็นเนื้อหาวิชาอื่นที่ไม่ใช่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ก็ควรที่จะมีการแก้ไขคำตอบให้คำตอบนั้นเข้ากับยุคสมัยในปัจจุบันได้แล้ว 

 

สนับสนุนโดย.   ทางเข้ายูฟ่าสล็อต

น้ำท่วม-ดินถล่มในเวียดนามสูญหายกว่า18คน

น้ำท่วม-ดินถล่มในเวียดนาม สำหรับที่ประเทศจีนตอนนี้กำลังเผชิญกับสภาพอากาศที่หนาวจัดเลยทีเดียวมีหิมะตกลงมาในหลายพื้นที่ก็เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่จีนเขากำลังเตรียมตัวจัดงานมหากรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวภายใต้แนวคิดโอลิมปิกฤดูหนาวสีเขียวด้วยซึ่งตอนนี้สิ่งที่ทีมงานกำลังเร่งทำก็คือ เร่งทำสร้างหิมะเทียมขึ้นมาก็ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการผลิตด้วย

แต่ว่าอากาศที่หนาวจัดแบบนี้ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการผลิตหิมะเทียมขึ้นมาด้วย ส่วนที่ประเทศเวียดนามไม่ได้มีแค่อากาศหนาวเย็นไม่มีเรื่องของหิมะตกแต่มีเหตุการณ์ที่คล้ายกับประเทศไทยก็คือมีฝนตกมีน้ำท่วมเนื่องจากพื้นที่แนวชายฝั่งของเวียดนามตอนนี้ยังคงมีฝนตกอยู่มีรายงานเรื่องของน้ำท่วมทั้งพื้นที่การเกษตรบ้านเรือนแล้วก็ในจุดอื่นๆมีการแจ้งเตือนอพยพล่วงหน้าในหลายเมืองเลยทีเดียว

กระแสน้ำหลากค่อนข้างที่จะรุนแรงมากแล้วก็ส่งผลกระทบกับประชาชนอย่างมากเลยทีเดียวมาดูผลกระทบที่เกิดขึ้นจากน้ำท่วมที่เวียดนามสถานีโทรทัศน์VTVของเวียดนามรายงานของสำนักงานอุตุนิยมวิทยาระบุว่าหลังจากที่ฝนตกลงมาอย่างหนักก็เกิดน้ำท่วมมีดินถล่มตามมาด้วยทางตอนกลางของประเทศรวมไปถึงแหล่งปลูกกาแฟด้วย

ถือเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหนักมากที่สุดเลยนาท่วมนาข้าวกินพื้นที่ราวๆ7.8ตารางกิโลเมตรมีรายงานผู้สูญหายแล้ว18คนแล้วบางรายอาจจะเสียชีวิตด้วยนอกจากนี้บ้านเรือนของประชาชนจำนวนมากได้รับความเสียหายตามไปด้วย

ภาพข่าวตามเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาก็แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของน้ำท่วมในครั้งนี้ประชาชนต้องใช้เรือสัญจรบนถนนที่แปลกสภาพกลายเป็นลำคลองไปหมดส่วนทางหลวงทางเชื่อมระหว่างจังหวัดและถนนสายย่อยอีกจำนวนมากถูกดินถล่มทับเส้นทางน้ำท่วมสูงเฉลี่ยเกิน1เมตร

ล่าสุดปริมาณฝนก็เริ่มจะลดลงไปบ้างแล้วแต่ว่าเจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างการค้นหาผู้สูญหายกันเวียดนามมีชายฝั่งที่ค่อนข้างยาวจึงเสี่ยงที่จะประสบภัยพายุและน้ำท่วมอยู่ตลอด ซึ่งภัยพิบัติทางธรรมชาติส่วนใหญ่ก็จะเป็นเหตุการณ์น้ำท่วมก็รวมไปถึงดินถล่มด้วยก็มีรายงานว่าฆ่าชีวิตผู้คนไป378คนเมือ่ปีที่ผ่านมาแล้วได้ส่งผลกระทบสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐด้วย

จากที่เวียดนามมาดูกันที่โคลัมเบียกันบ้างมีรายงานเกิดฝนตกหนักเมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมาก็ทำให้แม่น้ำเอ่อล้นตลิ่งมีมวลน้ำไหลเข้าไปท่วมทางหลวงที่เมืองแมนดารินทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศด้วยกระแสน้ำพัดพาเอายานพาหนะรถโดยสารประจำทางก้อนหินเศษซากต่างๆไปกีดขวางการจราจรบนถนน

 

สนับสนุนโดย.   gclub สล็อตฟรี

แม่ใจยักษ์เอาลูกไปทิ้ง อ้างไม่มีปัญญาเลี้ยง

เป็นข่าวที่น่าสลดใจช่วงวันเด็กอีกข่าว คือ  เมื่อเช้าวันที่ 12 มกราคม ตำรวจภูธรเมืองลพบุรี ได้รับแจ้งว่า มีเด็กน้อยผู้หญิงอายุประมาณ 2 ขวบได้ถูกผู้เป็นแม่นำมาทิ้งไว้ที่หน้าสถานสงเคราะห์บ้านเด็กจังหวัดลพบุรี จากการสอบสวนนักสังคมสงเคราะห์ที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า เมื่อเช้าขณะที่ตนกำลังนั่งทำงานอยู่ ได้ยินเสียงกดออดดังขึ้น

จึงลุกไปชะโงกหน้าดูที่ประตู พบว่ามีเด็กผู้หญิงอายุประมาณ 2 ขวบ ยืนอยู่ ในมือมีถุงหิ้วที่ใส่เสื้อผ้ากับตุ๊กตาและจดหมายหนึ่งฉบับ  ตนจึงรีบวิ่งออกไปที่หน้าประตู เห็นมีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังรีบบิดมอเตอร์ไซด์หนีไป เนื้อความในจดหมายบอกประมาณว่า ผู้หญิงคนดังกล่าวไม่มีปัญญาเลี้ยงดูลูก และสามีใหม่ของเธอก็ไม่อยากรับเลี้ยง

ถ้าลูกอยู่กับเธอคลาดว่าจะไม่ได้เรียนหนังสือ  เธอจึงนำลูกสาวมายกให้สถานสงเคราะห์เป็นผู้ส่งเสียเลี้ยงดู  และตนได้สังเกตเห็นร่องรอยเขียวช้ำตามตัวเด็ก จึงได้มาแจ้งความให้ตำรวจลงบันทึกประจำวันไว้ ก่อนจะนำตัวเด็กไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล

เมื่อข่าวดังออกไปทางผู้สื่อข่าวได้ติดตามเรื่องทำให้ทราบว่าเด็กหญิงสองขวบคนนี้ชื่อว่า น้องออมสิน แม่ของเด็กเป็นคนสุพรรณบุรี ได้ตัดสินใจขี่มอเตอร์ไซด์จากบ้านที่สุพรรณบุรี พาลูกนั่งซ้อนท้ายเอามาทิ้งไว้ที่หน้าสถานสงเคราะห์บ้านเด็กลพบุรี เนื่องจากอ้างว่าไม่มีปัญญาเลี้ยงลูก เพราะตอนนี้ตัวเองก็มาอาศัยอยู่กับสามีใหม่และต้องมาเลี้ยงลูกติดของสามีด้วย  ถ้าน้องออมสินอยู่ด้วยคิดว่าคงไม่มีปัญญาส่งเรียนหนังสือ อีกอย่างตัวเองเป็นคนอารมณ์ร้ายกลัวว่าสักวันอาจตีลูกถึงตายได้   

ด้านพ่อแท้ๆของน้องออมสินก็ติดต่อเข้ามาว่าได้เห็นข่าวน้องก็ตกใจไม่คิดว่าแม่เค้าจะเอาเค้ามาทิ้งได้ ผู้สื่อข่าวเลยถามกลับไปว่า แล้วคุณพ่อจะเอายังไงจะเอาน้องกลับไปเลี้ยงไหม ตัวพ่อเองก็รีบปฏิเสธเลยว่าคงเอาไปเลี้ยงไม่ได้หรอกครับเพราะผมเองก็ฐานะทางบ้านไม่ดีอีกอย่างตอนนี้ก็มีครอบครัวใหม่และมีลูกใหม่ต้องเลี้ยงดูแล้ว

ได้ฟังทั้งพ่อและแม่น้องพูดแล้วสรุปไม่มีใครต้องการเอาน้องไปเลี้ยงเลยสักคน น่าสงสารเนอะ ตอนที่มีอะไรกันไม่รู้จักป้องกันปล่อยให้ท้องจนเด็กเกิดมาก็ไม่มีปัญญาเลี้ยงกลายเป็นภาระของสังคมอีก เท่าที่ดูข่าวด้วยความเป็นเด็กน้องยังวิ่งเล่นร่าเริงดีคงไม่รู้ว่าโดนพ่อแม่เอามาทิ้ง แต่ก็ไม่ต้องเป็นห่วงแล้วเพราะตอนนี้น้องออมสินได้เข้าไปอยู่ในความดูแลของสถานสงเคราะห์บ้านเด็กเรียบร้อยแล้ว

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   ufabet

Okiku ตุ๊กตาของประเทศญี่ปุ่น

     เรื่องราวที่จะเล่าดังต่อไปนี้เป็นเรื่องราวความเชื่อตำนานของประเทศญี่ปุ่นที่มีการเล่าขานกันสืบมาซึ่งเรื่องราวนี้ยังคงมีการพูดถึงกันอยู่โดยเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นที่หมู่บ้านคุริซาว่า  ซึ่งเป็นหมู่บ้านหนึ่งในจังหวัด ฮอกไกโดหลายคนอาจจะไม่เชื่อเกี่ยวกับเรื่องของตำนานนี้แต่ว่าถ้าหากคุณไม่เชื่อคุณสามารถเดินทางไปที่หมู่บ้านแห่งนี้และไปชมตุ๊กตาตัวนี้ได้เพราะปัจจุบันนั้นตุ๊กตาตัวนี้ยังคงมีอยู่

      สำหรับเรื่องเล่าเกี่ยวกับเรื่องตุ๊กตา Okiku นั้นว่ากันว่าตุ๊กตาตัวนี้เป็นของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่อว่า Okiku ซึ่งเด็กสาวรักตุ๊กตาตัวนี้ของเธอมากเลยทีเดียวอย่างไรก็ตาม Okikuมีชีวิตอยู่ได้ไม่นานเธอก็เสียชีวิตลงเนื่องจากว่าเธอนั้นได้ล้มป่วยโดยตอนที่เธอเสียชีวิตนั้นเธอมีอายุแค่เพียง 3 ขวบเท่านั้นหลังจากที่พ่อกับแม่ของเธอได้ทำพิธีฝังศพให้กับเธอเป็นที่เรียบร้อยแล้วพวกเขาได้นำตุ๊กตาตัวนี้ไปวางไว้ที่หลุมฝังศพของเธอด้วย

เนื่องจากว่าพ่อกับแม่ของเธอนั้นรู้ดีว่าเธอรักตุ๊กตาตัวนี้ของเธอมากแค่ไหนนั่นเอง โดยพวกเขาหวังว่าตุ๊กตาตัวดังกล่าวจะคอยอยู่เป็นเพื่อนเล่นให้กับวิญญาณของลูกสาวของพวกเขาแต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่ากลัวเกิดขึ้นและเป็นสิ่งที่อัศจรรย์ใจจนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่มีใครสามารถให้คำตอบได้ว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไรเมื่อตุ๊กตาตัวดังกล่าวที่ถูกวางไว้ตรงบริเวณหลุมศพของเด็กหญิงOkiku นั้น

จะมีผมยาวขึ้นเรื่อยๆด้วยการยาวของเส้นผมนั้นเป็นการยาวแบบธรรมชาติเหมือนเส้นผมของคนเราไม่ได้ยาวเร็วผิดปกติแต่อย่างไรซึ่งหลายคนก็สงสัยกันว่าสาเหตุใดตุ๊กตาที่ไม่มีชีวิตจิตใจจึงมีเส้นผมที่สามารถยาวออกเรื่อยๆได้เหมือนกับเส้นผมของคนปัจจุบันตุ๊กตาตัวนี้ยังคงมีอยู่โดยถูกวางทิ้งไว้อยู่ที่วัดมันเนน  ซึ่งวัดแห่งนี้จะอยู่ที่จังหวัดฮอกไกโดโดยอยู่ที่อำเภอจิและแน่นอนว่าถ้าหากคุณอยากจะไปทำพิสูจน์ว่าตุ๊กตาตัวนี้มีผมยาวจริงหรือไม่คุณสามารถไปท้าพิสูจน์ได้ที่หมู่บ้านคุริซาว่า 

    สำหรับเรื่องเล่าตำนานความเชื่อนี้ยังเป็นสิ่งลึกลับที่ใครก็ยังไม่สามารถหาคำตอบให้ได้ ยังไงก็แล้วแต่ตำนานเกี่ยวกับเรื่องของตุ๊กตาผมยาวนี้ปัจจุบันไม่ค่อยมีการพูดถึงกันมากนักและยังไม่มีใครบอกได้ว่าปัจจุบันตุ๊กตาตัวดังกล่าวยังคงผมยาวอยู่หรือไม่ซึ่งถ้าหากใครอยากจะไปพิสูจน์ด้วยตนเองก็สามารถเดินทางไปได้ เผื่อจะได้รู้คำตอบว่าผมที่ยาวขึ้นมานั้น เกิดขึ้นมาจากอะไรนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  UFABET เว็บหลัก

เด็กหญิงวัย 9 ขวบถูกเตะสลบคาที่

เด็กหญิงวัย 9 ขวบถูกเตะสลบคาที่สาเหตุเพราะไปปาก้อนหินใส่หัวเด็กอีกคนหัวแตก

                        ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีเหตุการณ์ที่น่าตกใจเกิดขึ้นเมื่อมีผู้ชายอายุประมาณ 29 ปีซึ่งเป็นวัยที่กำลังมีร่างกายที่แข็งแรงได้มีการเตะไปที่ใบหน้าของเด็กหญิงคนหนึ่งอายุประมาณ 9 ปี ซึ่งเด็กหญิงคนดังกล่าวถูกแต่ไปที่ใบหน้า 1 ครั้งถึงจะสลบทันทีแล้วเมื่อพาส่งโรงพยาบาลก็พบว่าเด็กหญิงมีอาการหน้าบวม  ฟันร้าว  กรามโยก  ซึ่งอาการของเด็กนั้นสลบตั้งแต่ตอนที่ถูกเตะครั้งแรกหลังจากที่มีการเรียกรถพยาบาลมารับตัวไปส่งโรงพยาบาลเด็กก็ยังไม่ฟื้นไปฟื้นอีกครั้งหนึ่งเมื่อถึงโรงพยาบาลแล้ว ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ได้มีการนำเรื่องราวดังกล่าวมาโพสต์ลง Facebook

ตอนนี้การถ่ายรูปของเด็กอายุ 9 ขวบขณะที่นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลซึ่งตอนนั้นเด็กยังอยู่ในอาการสงบอยู่โดยหลายคนก็พากันสงสัยว่าเหตุใดชายอายุ 29 ปีคนดังกล่าวถึงได้ทำรุนแรงกับเด็กหญิงอายุเพียงแค่ 9 ขวบอย่างนี้ ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 เดือนเมษายน ปี พ.ศ.2563  ซึ่งทางนักข่าวได้ลงติดตามผลโดยเดินทางไปที่บ้านของเด็กหญิงอายุ 9 ขวบ

ซึ่งในขณะนี้เด็กหญิง 9 ขวบได้กลับมาพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านเรียบร้อยแล้วแต่เด็กยังมีอาการหวาดผวาอยู่เจอนักข่าวได้คุยกับพ่อของเด็กแล้วคุณพ่อของทางเด็กได้ให้ข้อมูลว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 1 เดือนเมษายน ซึ่งตอนนั้นลูกสาวของตนเองกำลังเล่นอยู่กับเพื่อนๆประมาณ 10 คนเลยพากันเล่นอยู่แถวสนามฟุตบอลของหมู่บ้านที่อยู่ข้างๆโรงเรียน ซึ่งลูกสาวได้เล่าให้ฟังว่าตอนแรกก็เล่นกันอยู่ดีๆแล้วก็เกิดมีเรื่องโต้เถียงกันจึงทำให้เด็กทั้ง 10 คนแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลังจากที่ทะเลาะกันก็ได้มีการนำก้อนหินมาขว้างปาใส่กัน

ทีนี้เด็กหญิงอายุ 9 ขวบก็หยิบก้อนหินขว้างไปที่ฝั่งตรงข้ามเหมือนกันแต่ก็เห็นไปโดนเด็กผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งอายุแค่เพียง 7 ขวบเท่านั้นเลยก้อนหินไปโดนที่ศรีษะทำให้เลือดไหลเด็กที่อยู่ในเหตุการณ์จึงได้พากันวิ่งไปฟ้องพ่อของเด็กอายุ 7 ขวบเป็นข้อของเด็กคนดังกล่าวกำลังเตะฟุตบอลอยู่ใกล้ๆกันนั้นเองเมื่อชายอายุ 29 ปีเดินทางมาถึงเห็นลูกสาวตนเอง

หัวแตกก็ถามถึงคนที่ทำร้ายลูกเพราะเด็กๆพากันชี้ตัวเด็กหญิงอายุ 9 ขวบชายคนที่อายุ 29 ปีก็เตะเข้าไปที่ใบหน้าของเด็กทันที 1 ครั้งทำให้เด็กสลบ และคนที่เตะบอลอยู่กับชายวัย 29 ปีพาตัวเด็กส่งโรงพยาบาลและก็มีคนไปแจ้งครอบครัวของเด็กอายุ 9 ขวบทำให้คนเป็นแม่รีบๆมาดูส่วนคนเป็นพ่อนั้นก็ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจให้เอาเรื่องชายอายุ 29 ปีให้ถึงที่สุดพี่ทำร้ายเด็กจนถึงกับสลบเจอคนเป็นแม่เองก็ได้บอกผู้สื่อข่าวว่ารู้สึกเสียใจมาก

ที่ไม่เห็นสภาพรูปแบบนั้นตอนแรกคิดว่าลูกอาจจะไม่รอดแล้วแต่ยังโชคดีที่เมื่อมาถึงโรงพยาบาลแล้วลูกฟื้นขึ้นมา ซึ่งครอบครัวของเด็กอายุ 9 ขวบรู้สึกโกรธคนทีทำมากเพราะครอบครัวทั้งสองฝั่งก็รู้จักกัน แต่ไม่น่าจะทำกับเด็กหนักขนาดนี้ 

 

 

สนับสนุนโดย   จีคลับ มือถือ