วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร 

      วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร  ในเขตกรุงเทพฯนั้นแถวบริเวณบางลำภูซึ่งเป็นบริเวณตลาดที่มีชื่อเสียงโด่งดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯเป็นตลาดผ้าที่ได้รับความนิยมทั้งจากนักท่องเที่ยว

และจากคนไทยด้วยกันเองอย่างไรก็ตามบริเวณดังกล่าวนั้นมีวัดแห่งหนึ่งซึ่งถือได้ว่าเป็นวัดที่มีความเก่าแก่และเป็นวัดพระอารามหลวงแห่งพระบรมราชวงศ์จักรีดังกล่าวนั้นจะอยู่ระหว่างถนนเฟื่องนครกับถนนตะนาวซึ่งวัดแห่งนี้นั้นถือว่าเป็นวัดชั้นเอกชนิดราชวรวิหารด้วยว่าที่เรากำลังพูดถึงเงินอยู่ในตอนนี้ก็คือวัดบวรนิเวศราชวรวิหารนั่นเอง

       สำหรับวัดแห่งนี้นั้นมีชื่อเสียงดังเกี่ยวกับเรื่องของพื้นที่ของตัววัดซึ่งมีพื้นที่ขนาดกว้างใหญ่มากนอกจากนี้สถาปัตยกรรมของโบสถ์วิหารต่างๆรวมถึงจิตรกรรมฝาผนัง ก็มีชื่อเสียงโด่งดังไม่แพ้กันเกี่ยวกับเรื่องของความงดงามวิจิตรบรรจงเนื่องจากว่าผู้ที่มีการออกแบบสถาปัตยกรรมศาสนสถานภายในวัดบวรนิเวศราชวรวิหารแห่งนี้นั้นมีการเอาแนวความคิดของชาติตะวันตกและชาติไทยรวมถึงชาติจีนมาผสมผสานกันจนเกิดเป็นศิลปะที่มีความงดงามลงตัวซึ่งบอกได้เลยว่าถ้าใครมาเห็นของจริงนั้นจะรู้เลยว่าที่นี่นั้นสวยงามเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

          อย่างไรก็ตามวัดแห่งนี้นั้นมีเรื่องเล่าและประวัติความเป็นมาอย่างยาวนานมากมายเริ่มตั้งแต่ที่นี่เคยเป็นที่ทรงผนวชของพระมหากษัตริย์หลายพระองค์

รวมถึงราชวงศ์สานุวงศ์หลายพระองค์เช่นเดียวกันและที่สำคัญพระมหากษัตริย์ก็เคยมาประทับที่วัดแห่งนี้เพื่อทำการบวชเรียนอีกด้วยอย่างไรก็ตามวัดแห่งนี้นั้นมีทั้งศิลปะกรรมโบราณวัตถุรวมถึงมีสถานที่มีความเก่าแก่งดงามมีศิลปะวัตถุหลายสิ่งที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์เอาไว้ซึ่งที่นี่จึงได้มีการบำรุงทะนุถนอมสภาพของวัดให้มีความสมบูรณ์และอยู่ในสภาพดีอย่างสม่ำเสมอและ

           นอกจากนี้วัดแห่งนี้นั้นยังเป็นสถานที่ที่ให้บรรดานักศึกษาทั้งหลายเข้ามาศึกษาเล่าเรียนเกี่ยวกับเรื่องของศิลปวัตถุและโบราณวัตถุได้อีกด้วยเรียกได้ว่าที่นี่นั่นเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่น่าสนใจเป็นอย่างมากไม่ใช่เพียงแค่เป็นวัดที่เอาไว้ทำบุญหรือมาชมความงดงามของศาสนสถานเพียงอย่างเดียวแต่ยังเป็นศูนย์รวมของความรู้เกี่ยวกับสถาปัตยกรรมและเกี่ยวกับโบราณวัตถุศิลปวัตถุนั่นเอง 

          สำหรับใครที่ยังไม่เคยมีโอกาสเดินทางมาเที่ยวที่วัดแห่งนี้บอกได้เลยว่าคุณพลาดเป็นอย่างมากเลยทีเดียวลองหาเวลาว่างแวะมากราบไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดแห่งนี้รวมถึงมาชมความสวยงามอย่างเช่นพระอุโบสถซึ่งมีประวัติความเป็นมาวัดอุโบสถแห่งนี้นั้นสร้างขึ้นมาตามพระราชนิยมของรัชกาลที่ 3 โดยจะเห็นได้ว่าอุโบสถนั้นมีปีกยื่นออกมานอกจากนี้ยังมีเสาเหลี่ยมมีพาราย้อมซุ้มประตูหน้าต่างเรียกได้ว่างดงามอย่างหาที่เปรียบไม่ได้เลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย    Ufabet เข้าสู่ระบบ

ความเป็นมาของสงครามกลางเมืองสหรัฐอเมริกา ระหว่างฝ่ายเหนือกับฝ่ายใต้

สงครามกลางเมืองสหรัฐอเมริกา สาเหตุทางสังคม ทัศนคติที่แตกต่างกันคนทางเหนือต่อต้านการมีทาส

เพราะมองว่าการใช้แรงงานทาสเป็นเรื่องผิดหลักสิทธิมนุษยชนคนทางใต้มองว่าการใช้แรงงานทาสเป็นเรื่องปกติ ทาสเป็นแรงงานสำคัญและเป็นทรัพย์สินของเจ้านายทาสซึ่งมีสิทธิจะทำยังไงก็ได้กับตัวทาสเพราะถ้าไม่มีแรงงานทาสจะส่งผลต่อรายได้เจ้านายทาสด้วย

สาเหตุทางการเมือง นโยบายการมีทาส และ ไม่มีทาส พรรคการเมืองทางเหนือคือพรรคคริพับลิกันสนับสนุนนโยบายการไม่มีทาสเพราะกลัวว่าการมีทาสจะทำให้พักการเมืองทางใต้มีฐานเสียงในสภาเยอะขึ้นและจะทำให้มีทาสในประเทศเยอะขึ้น ส่วนพรรคการเมืองทางตอนใต้คือ พรรคเดโมแครต สนับสนุน นโยบายการมีทาส

เพราะทาสจะเข้ามาเป็นฐานเสียงให้กับรัฐทางใต้ในสภาเมื่อมี นโยบายการมีทาสจะทำให้สามารถมีทาสเข้ามาได้มากขึ้นความเป็นมาของสงครามกลางเมืองสหรัฐอเมริกา หลังจาก อับราฮัมลินคอล์น ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีคนที่ 16 จากพรรคคริพับลิ ทำให้ฝ่ายใต้มีการต่อต้าน

เพราะว่า อับราฮัมลินคอล์น มีนโยบายไม่ให้มีทาสในสหรัฐอเมริกา เมื่อเขาได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดี รัฐทางใต้ไม่พอใจ 7 รัฐทางใต้ประกอบด้วย รัฐเซาท์แคโรไลนา รัฐมิสซิสซิปปี รัฐฟลอริดา รัฐอลาบามา รัฐจอร์เจีย รัฐหลุยเซียน่า และ รัฐเท็กซัส จึงประกาศแยกตัวก่อตั้งเป็นประเทศ

ภายใต้ชื่อ สมาพันธรัฐอเมริกา โดยมีเจฟเฟอร์สัน เดวิด เป็นประธานาธิบดีตั้งกองบัญชาการที่เมืองลิสบอนเป็นเมืองหลวงของฝ่ายสมาพันธรัฐ จุดระเบิดของสงครามกลางเมืองสหรัฐอเมริกาการยึดป้อมฝั่งตะวันออกที่รัฐเซาท์แคโรไลนา ในวันที่ 12 เมษายน 1861 

ฝ่ายใต้ได้ส่งทหารไปยึดป้อมซัมเตอร์ซึ่งเป็นป้อมของฝ่ายเหนือที่ตั้งอยู่ในดินแดนของฝ่ายใต้เพราะฝ่ายเหนือใช้ป้อมซัมเตอร์เป็นฐานที่มั่นฝ่ายใต้ได้ทำการยึดป้อมซัมเตอร์ นำโดย นายพลปิแยร์ โบการ์ด ส่วนฝ่ายเหนือตั้งรับที่ป้อม นำโดย นายพลแอนเดอสัน 

ซึ่งสรุปผลทางฝ่ายใต้ชนะสามารถยึดป้อมซัมเตอร์ได้การกระทำในครั้งนี้ทำให้ฝ่ายเหนือไม่พอใจมองว่าฝ่ายใต้นั้น  gclub     เป็นกระกบฎฝ่ายเหนือจึงได้ประกาศสงครามนั่นคือจุดเริ่มต้นของสงครามกลางเมืองระหว่างฝ่ายเหนือกับฝ่ายใต้ฝ่ายเหนือนั้นมี 23 รัฐ นำโดย อับราฮัมลินคอล์น เมืองหลวงคือวอชิงตันดีซี โดยมีผู้บัญชาการทหารของฝ่ายเหนือคือ นายพล ยูลิสซิส เอส แกรนด์

นอกจากนี้ทางฝ่ายใต้มีรัฐเข้าร่วมเพิ่มเติมอีก 4 รัฐ คือ รัฐเวอร์จิเนีย รัฐเคนแน็คกี้ รัฐอาคันซอ รัฐนอร์ทแคโรไลนา ทำให้ฝ่ายใต้มี 11 รัฐ นำโดย เจฟเฟอร์สัน เดวิด

วัดจองคำ วัดจองกลาง จังหวัดแม่ฮ่องสอน 

            สำหรับวัดที่เรากำลังจะมีการพูดถึงกันต่อไปนี้นั้นเป็นหวัดอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอนโดยวัดแห่งนี้นั้นเป็นวัดคู่แฝดกันนั่นก็คือวัดจองคำวัดจองกลางนั่นเอง

วัดจองคำ วัดจองกลาง ที่บอกว่าวัดแห่งนี้เป็นคู่แฝดกันก็เพราะว่า วัดทั้งสองวัดนี้ไม่ว่าจะเป็นวัดจองคำหรือว่าวัดจองกลางก็แล้วแต่มีการสร้างกำแพงเอาไว้ใช้งานร่วมกันเรียกได้ว่าวัดคลอง 2 วัดสร้างอยู่ในเขตพื้นที่บริเวณเดียวกันนั่นเองแตกต่างกันตรงที่ว่าลักษณะของการก่อสร้างรวมถึงการทาสีจะมีความแตกต่างกันออกไปโดยจุดเด่น

จะเห็นได้ว่าวัดนึงนั้นจะมีการใช้สีขาวตัดกับสีทองเหลืองอร่ามในขณะที่อีกวัดนึงนั้นจะใช้สีขาวตัดกับสีเงินทำให้มีความสวยงามแตกต่างกันโดยวัดที่อยู่ด้านซ้ายมือถ้าหากมองจากด้านหน้าเข้าไปนั่นคือวัดจองคำส่วนวัดที่อยู่ทางด้านขวามือถ้าหากมองจากด้านหน้าเข้าไปก็คือวัดจองกลางนั้นเอง

             สำหรับลักษณะของการก่อสร้างวัดแห่งนี้นั้นว่ากันว่าเป็นลักษณะของการก่อสร้างศิลปะแนวไทยใหญ่

ซึ่งสามารถที่จะเห็นได้จากสัญลักษณ์ต่างๆรูปแบบของการแกะสลักความสวยงามของตัววัดวัดแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองของจังหวัดแม่ฮ่องสอนเลยก็ว่าได้ดังนั้นหากใครเดินทางไปที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนคุณสามารถลองแวะไปชมความสวยงามหรือไปเช็คอินก็ได้ที่นี่จะมีทั้งศิลปะที่มีความงดงามรวมถึงยังเป็นศูนย์กลางของการจัดกิจกรรมต่างๆของจังหวัดแม่ฮ่องสอนรวมถึงประเพณีต่างๆหรือวัฒนธรรมต่างๆก็มักจะ มารวมตัวกันและจัดกิจกรรมที่นี่เรียกได้ว่าที่นี่นั้นเป็นศูนย์รวมของชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอนเลยก็ว่าได้

            นอกจากนี้สิ่งที่น่าดึงดูดใจนั่นก็คือมีการสร้างพระอารามหลวงเอาไว้อยู่บริเวณด้านข้างหนองน้ำโดยมีการสร้างเอาไว้เมื่อช่วงประมาณปีพ.ศ 2343

ซึ่งเป็นการสร้างของวัดหนองจองคำ  สิ่งที่เราจะสามารถเห็นความสวยงามและความโดดเด่นมากที่สุดนั่นก็คือหลังคาทรงปราสาท 9 ชั้นซึ่งจะมีการสร้างเอาไว้อย่างยิ่งใหญ่อลังการและงดงามเป็นอย่างมากนอกจากนี้ภายในพื้นที่บริเวณวัดจองคำก็ยังมีการสร้างวิหารเพื่อเอาไว้สำหรับเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปเช่นหลวงพ่อโต

ซึ่งที่นี่นั้นมีการสร้างหลวงพ่อโตองค์ที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดแม่ฮ่องสอนนำมาเก็บไว้ที่วัดแห่งนี้  ufabet เว็บหลัก  นอกจากนี้ยังมีการสร้างพระพุทธรูปจำลองของพระศรีศากยมุนีที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือโดยมีการสร้างขึ้นมาช่วงประมาณปีพ.ศ 2469 ส่วนสาเหตุที่ว่าทำไมถึงมีการเรียกชื่อวัดแห่งนี้ว่าวัดจองคำ

สาเหตุนั้นก็เพราะว่าวัดแห่งนี้นั้นได้มีการนำทองคำเปลวมาปิดที่บริเวณเสาของวัดเพื่อประดับประดาหรือจุดอื่นๆภายในวัดนั่นเอง ส่วนวัดจองกลางนั้นก็มีการสร้างเจดีย์ขนาดใหญ่  แและมีการทาสีอย่างสวยงามเช่นดียวกัน

ประวัติพระธาตุดอยตุง จังหวัดเชียงราย 

       สำหรับในบทความนี้เราจะมาพูดถึงประวัติความเป็นมาหรือตำนานของวัดพระธาตุดอยตุงจังหวัดเชียงรายกันเนื่องจากว่าที่นี่นั้นเป็นวัดเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงโด่งดังประจำจังหวัดเชียงรายซึ่งตามประวัติความเป็นมาแล้วได้มีการพูดถึงการสร้างวัดพระธาตุดอยตุงว่าถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ในสมัยของกษัตริย์ผู้ครองเมืองโยนกนาคพันธุ์ โดยในสมัยนั้นก็คือพระเจ้าอชุตราช นั่นเอง 

  ประวัติพระธาตุดอยตุง จังหวัดเชียงราย 

      หลังจากที่มีการสร้างวัดพระธาตุดอยตุงสำเร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้วพระมหากัสสปะก็ได้มีการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาประดิษฐานไว้ที่วัดพระธาตุแห่งนี้โดยส่วนที่ถูกอัญเชิญมานั้นคือส่วนของพระราชเบื้องซ้ายหรือก็คือบริเวณกระดูกไหปลาร้าของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั่นเอง

           อย่างไรก็ตามหลังจากที่พระมหากัสสปะได้มีการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาที่จังหวัดเชียงรายแล้วก็ได้มีการมอบให้กับพระเจ้าอชุตราชซึ่งพระองค์นั้นก็ได้มีการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาไว้ภายในพระบรมสารีริกธาตุซึ่งอยู่บนดอยโดยมีการสร้างเจดีย์คลุมเอาไว้ซึ่งโดยดังกล่าวนั้นก็คือดอยตุงแห่งนี้นั่นเอง 

        ประวัติความเป็นมาได้มีการระบุว่าลักษณะของการก่อสร้างวังพระธาตุดอยตุงนั้นได้มีการคำนวณเอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยมีการระบุว่าผู้ที่คำนวณหรือพยากรณ์วัดพระธาตุแห่งนี้เอาไว้นานก็คือพระพุทธเจ้านั่นเองซึ่งได้มีการระบุเอาไว้ว่าหากว่าธง ที่ปักบนยอดเขาหรือบนดอยแห่งนี้ปลิวไปทางไหนให้ยึดจากปลายของธงใช้สำหรับกำหนดเป็นฐานของพระเจดีย์โดยธงที่ถูกปักไว้บนยอดเขาหรือบนดอยตุงแห่งนี้นั้นมีความยาวถึง 1พันวาเลยทีเดียว

           อย่างไรก็ตามก่อนที่จะมีการสร้างวัดพระธาตุดอยตุงนั้นบริเวณบนดอยแห่งนี้  ufabet เว็บตรง    นั้นมีผู้คนอาศัยอยู่อย่างเช่นพวกเราจบและพวกมิลักขะอุดังนั้นพระเจ้าอชุตราช จึงได้มีการมอบทองคำเพื่อให้เป็นค่าที่ดินแก่ผู้คนที่อาศัยอยู่บนดอยแห่งนี้เพื่อที่จะได้นำที่ดินบนดอยแห่งนี้มาใช้เป็นสถานที่ในการสร้างพระธาตุดอยตรงและสร้างเป็นพระเจดีย์สำหรับเก็บรักษาพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั่นเอง 

         อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าพระธาตุดอยตุงแห่งนี้จะเป็นที่จัดเก็บพระบรมสารีริกธาตุส่วนพระรากขวัญเบื้องซ้ายแล้วแต่พอถึงในยุคสมัยของพระเจ้ามังรายมหาราชก็ได้มีการนำพระบรมสารีริกธาตุมาถวายอีก 50 องค์ ซึ่งคนที่นำมาถวายก็คือพระมหาวชิรโพทะเลละคนเดิมนั่นเอง  ดังนั้นเราจึงเห็นได้ว่าบนพระธาตุดอยตุงแห่งนี้มีเจดีย์ 2 องค์ที่ถูกสร้างใกล้กันพระองค์แรกนั้นถูกสร้างในสมัยของพระเจ้าอชุตราช ส่วนอีกองค์หนึ่งนั้นถูกสร้างในสมัยของพระเจ้ามังรายณราชนั้นเอง 

ประวัติวัดพราหมณี วัดหลวงพ่อปากแดง จังหวัดนครนายก 

       สำหรับในบทความนี้เราจะมาพูดถึงเกี่ยวกับประวัติของวัดพราหมณีซึ่งเป็นวัดเก่าแก่อีกวัดหนึ่งและเป็นวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังอันดับต้นๆของจังหวัดนครนายกเลย

ก็ว่าได้สำหรับวัดพราหมณีนั้นเป็นวัดที่ทุกคนแทบจะรู้จักกันเป็นอย่างดีเนื่องจากว่ามีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวบ้านมักจะเรียกกันติดปากว่าวัดพราหมณีคือวัดของหลวงพ่อปากแดงอย่างไรก็ตามวัดแห่งนี้นั้นมีอายุมากกว่า 100 ปีมาแล้วซึ่งถือว่าเป็นวัดเก่าแก่

โดยประวัติความเป็นมาของวัดพราหมณีนั้นว่ากันว่าถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ในสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 เลยทีเดียว 

         สำหรับวัดพราหมณีนั้นเป็นวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากแม้แต่คนที่ไม่ใช่คนในจังหวัดนครนายกก็ยังรู้จักวัดแห่งนี้เป็นอย่างดีและมักจะพากันเดินทางมากราบไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำวัดพราหมณีซึ่งที่วัดพราหมณีแห่งนี้นั้นมีพระประธานที่มีความศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างมาก

 

ประวัติวัดพราหมณี โดยประดิษฐานอยู่ภายในพระอุโบสถซึ่งมีความเก่าแก่และเป็นที่นับถือของชาวบ้านอย่างกว้างขวางเลยทีเดียวโดยพระประธานที่เราพูดถึงนั้นก็คือหลวงพ่อปากแดงนั่นเอง 

        สำหรับหลวงพ่อปากแดงนั้นเป็นหลวงพ่อที่ชาวบ้านให้ความนับถือเป็นพระพุทธรูปที่ถูกสร้างด้วยศิลปะสมัยล้านช้าง   นอกจากนี้ช่างที่หล่อหลวงพ่อปากแดงขึ้นมายังหล่อด้วยโลหะสำริด และลักษณะขององค์พระพุทธรูปนั้นเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ  อย่างไรก็ตามว่ากันว่าหลวงพ่อปากแดงนั้นค่อนข้างที่จะเป็นพระพุทธรูปที่มีความศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างมากชาวบ้านมักจะพากันมากราบไหว้ขอพรเคารพสักการะหลวงพ่อปากแดงกันเป็นประจำเพื่อขอให้หลวงพ่อปากแดงนั้นอำนวยพรให้ประสบความสำเร็จ

            ด้วยความที่มีการขอพรและประสบความสำเร็จนี่เองจึงทำให้ชื่อเสียงของหลวงพ่อปากแดงนั้นมีการพูดถึงกันปากต่อปากว่าหากใครมาขอพรก็จะประสบความสำเร็จมีชื่อเสียงโชคลาภเงินทองซึ่งหลวงพ่อปากแดงนั้นแต่เดิมเป็นพระพุทธรูปที่อยู่ที่นครเวียงจันทน์

แต่ได้ถูกอัญเชิญมาประดิษฐานไว้ที่วัดพราหมณีแห่งนี้และตั้งแต่ที่ถูกอัญเชิญมาประดิษฐานไว้    www.ufabet.com ลิ้งเข้าระบบ   ที่วัดพราหมณีก็มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอย่างมากและเจ้าอาวาสเองก็ได้มีการอัญเชิญหลวงพ่อปากแดงมาไว้ภายในอุโบสถเพื่อให้มาเป็นพระประธานประจำวัดพราหมณีนั้นเอง 

          อย่างไรก็ตามเนื่องจากว่าวัดพราหมณีนั้นเป็นวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอย่างมากดังนั้นปัจจุบันนอกจากจะเป็นสถานที่ที่ชาวบ้านมาทำบุญไหว้พระกันแล้วจึงมักเป็นที่ที่นักท่องเที่ยวหลายคนมักจะเลือกมาเที่ยวรวมถึงถ่ายรูปเช็คอินและซื้อของฝากติดไม้ติดมือซึ่งมีของฝากประจำจังหวัดเยอะแยะมากมายที่ถูกนำมาวางขายบริเวณโดยรอบของวัดพราหมณีนั่นเอง

พระธาตุช่อแฮ วัดประจำคนเกิดปีขาล คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดแพร่ 

พระธาตุช่อแฮ วัดประจำคนเกิดปีขาล คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดแพร่ 

         ชื่อว่าสำหรับหลายๆคนที่เคยเดินทางไปท่องเที่ยวยังต่างจังหวัดโดยเฉพาะอย่างยิ่ง  นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวศาสนสถานที่มีความเก่าแก่โบราณต่างๆย่อมรู้จักชื่อวัดแห่งหนึ่งซึ่งถือได้ว่าเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดแพร่มาอย่างยาวนานเป็นวัดที่มีประวัติความเป็นมาหลายร้อยปีและได้รับสมญานามว่าเป็นวัดที่มีความสวยรวมถึงเป็นวัดที่มีความศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัดแพร่เลยก็ว่าได้ช่วงวันดังกล่าวนั้นเรารู้จักกันดีในนามของวัดพระธาตุช่อแฮนั้นเอง

       สำหรับวัดแห่งนี้นั้นนับได้ว่าเป็นวัดอารามหลวงแห่งหนึ่งของไทยในวัดแห่งนี้ถ้าหากนักท่องเที่ยวอยากจะเดินทางไปเยี่ยมชมความงดงามนั้นสามารถไปได้ซึ่งจะตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของตำบลช่อแฮอำเภอเมืองแพร่   สิ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวสะดุดตาหากมีการเดินทางมาที่วัดพระธาตุช่อแฮก็คือองค์พระธาตุช่อแฮซึ่งถือได้ว่าเป็นศิลปะที่มีความงดงาม

โดยมีการสร้างในรูปแบบศิลปะของสมัยเชียงแสนซึ่งพระธาตุช่อแฮนี้จะเป็นเจดีย์ที่ถูกสร้างเอาไว้โดยนักท่องเที่ยวจะเห็นได้ว่าอยู่บริเวณกลางวัดเลยทีเดียวซึ่งเจดีย์แห่งนี้นั้นถือว่าเป็นเจดีย์ที่มีความศักดิ์สิทธิ์มากๆชาวบ้านให้ความเคารพนับถือมากเลยทีเดียว

          ลักษณะจุดเด่นของพระธาตุแห่งนี้นั้นจะเห็นได้ว่ามีความสูงถึง 33 เมตรด้วยกันนอกจากนี้ลักษณะของเจดีย์ในพระธาตุนั้นยังเป็นรูปแบบของสามเหลี่ยมจะเห็นได้ว่าตรงบริเวณมุมของเจดีย์นั้นจะมีการย่อมุมเอาไว้นอกจากนี้ยังเป็นไม้ 12 บุกด้วยทองซึ่งหาชมได้ยากในวัดที่มีการสร้างในยุคปัจจุบันนี้อย่างไรก็ตามความสวยงามนั้นถ้าหากว่าให้พลังงานนั้นอาจจะยากต้องแนะนำว่าควรจะต้องไปดูด้วยตนเองซึ่งจะเห็นได้ว่าตรงบริเวณองค์พระธาตุช่อแฮนั้นจะมีการสร้างรั้วกั้นเอาไว้ซึ่งรั้วนั้นจะสร้างขึ้นมาจากเหล็กโดยจะมีการกั้นไว้ทุกทิศเป็นรอบ 4 ทิศเลยทีเดียว

ซึ่งแต่ละทิศนั้นก็จะมีการทำประตูเอาไว้เพื่ออำนวยความสะดวกเพื่อนักท่องเที่ยวนั้นจะเข้าไปชมด้านในนอกจากนี้จะเห็นได้ว่าแต่ละประตูนั้นจะมีการสร้างซุ้มประสาทเอาไว้อย่างสวยงามซึ่งลักษณะของการก่อสร้างนั้นก็จะเป็นศิลปะแนวล้านนาเช่นเดียวกัน 

        สำหรับวัดพระธาตุช่อแฮนั้นเป็นวัดที่ประชาชนทั่วประเทศให้ความเคารพนับถือและมักจะเดินทางไปกราบไหว้ขอพรโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่เกิดปีขาลเนื่องจากว่าวัดแห่งนี้นั้นเป็นวัดสำหรับประจำคนเกิดปีขาลโดยเฉพาะนั่นเองซึ่งวิธีการเข้าไปทำการกราบไหว้ขอพรนั้นประชาชนก็จะมีการนำผ้าสามสีไปทำการถวายโดยมีความเชื่อกันว่าถ้าหากใครเดินทางมาไหว้วัดพระธาตุช่อแฮแล้วจะสามารถมีพลังองค์พระธาตุจะช่วยป้องกันศัตรูและคุ้มครองให้ปลอดภัยดังนั้นในทุกๆปีในช่วงที่มีการจัดเทศกาลประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮนั้นจะมีผู้คนเป็นจำนวนมากที่เดินทางไปร่วมเทศกาลนี้

 

สนับสนุนโดย    ufabet เว็บตรง

วัดพระแก้ว หรือวัดพระศรีรัตนศาสดาราม กรุงเทพฯ

      ถ้าหากพูดถึงวัดพระแก้วเชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จักเนื่องจากว่าเป็นวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากแม้แต่ชาวต่างชาติเองก็ยังรู้จักกับวัดพระแก้ว

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เนื่องจากว่าเป็นวันสำคัญที่มีความเกี่ยวพันทางด้านพระพุทธศาสนาและพระมหากษัตริย์เนื่องจากวัดแห่งนี้นั้นจะมีการจัดพิธีสำคัญสำคัญอยู่บ่อยครั้งที่มีความเกี่ยวพันกับทางพระมหากษัตริย์ด้วยวัดแห่งนี้ได้ถูกสร้างและสถาปนาขึ้นมาในช่วงประมาณปีพศ 2325 ซึ่งตรงกับกรุงรัตนโกสินทร์ในสมัยของรัชกาลที่ 1 

        สำหรับประวัติความเป็นมาของการสร้างวัดพระแก้วแห่งนี้ว่ากันว่าถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่มีการย้ายเมืองหลวงจากกรุงศรีอยุธยามาเป็นกรุงเทพฯหรือเรียกว่าย้ายจากกรุงศรีมาเป็นกรุงรัตนโกสินทร์โดยวัดแห่งนี้มีการสร้างขึ้นมาพร้อมกับการสร้างพระบรมมหาราชวังดังนั้นจะเห็นได้ว่าวัดพระแก้วนั้นจะมีพื้นที่ติดอยู่กับพระราชวังเลยนั่นเอง  นอกจากนี้ยังเป็นการสถาปนากรุงเทพมหานครเป็นราชธานีอีกด้วย 

         ลักษณะของการสร้างวัดพระแก้วนั้นมีการสร้างให้มีความคล้ายคลึงกับวัดพระอารามหลวงในยุคเก่าแก่โบราณตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยหรือแม้แต่กรุงศรีอยุธยานั่นก็คือมีการสร้างให้มีความคล้ายคลึงเหมือนกับวัดมหาธาตุและวัดพระศรีสรรเพชญ์นั่นเองอย่างไรก็ตามเนื่องจากวัดพระแก้วนั้นเป็นวัดที่มีความเกี่ยวพันกับทางด้านพระมหากษัตริย์ดังนั้นวัดแห่งนี้จะเห็นได้ว่าจะเป็นพื้นที่วัดที่ไม่มีพระสงฆ์อาศัยหรือจำพรรษา

         อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าวัดพระแก้วนั้นจะเป็นวัดที่ไร้ซึ่งพระสงฆ์แต่ภายในพื้นที่บริเวณวัดนั้นก็ยังมีการก่อสร้างเหมือนกับวัดอื่นๆทั่วไปนั่นก็คือมีทั้งพระเจดีย์รวมถึงพระอุโบสถและยังมีหอไตรรวมถึงหอมณเฑียรและพระวิหารอีกด้วย   อย่างไรก็ตามหลังจากที่มีการสร้างวัดพระแก้วขึ้นมาแล้วยังคงมีการสร้างสิ่งก่อสร้างอื่นๆอีกเยอะแยะมากมาย

อย่างเช่นการสร้างหอระฆังซึ่งมีการสร้างเอาไว้ระหว่างพระอุโบสถกับระเบียงด้านใต้นอกจากนี้ยังมีการสร้างหอพระนาก  รวมถึงมีการจัดฉลองอย่างยิ่งใหญ่ขึ้นในช่วงปีพศ 2352 เป็นงานสมโภชพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรและเป็นการฉลองหลังจากที่มีการสร้างวัดพระศรีรัตนศาสดารามเสร็จอย่างสมบูรณ์ 

          อย่างไรก็ตามเนื่องจากว่าวัดพระแก้วนั้นมีการสร้างมาอย่างยาวนานจึงมักมีการปฏิสังขรณ์และบูรณะอยู่บ่อยครั้งเพื่อเป็นการซ่อมแซมให้วัดวาอารามนั้นยังคงมีความสวยงามอยู่นอกจากนี้ก็ยังมีการสร้างเพิ่มเติมอีกด้วยเช่นรูปยักษ์ 6 คู่รวมถึงภาพจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถเป็นต้น

         สำหรับพระที่นั่งศิวาลัยมหาปราสาทที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้นั้นถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ในสมัยของรัชกาลที่ 6 โดยสร้างขึ้นมาเพื่อต้องการที่จะใช้เป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมรูปของรัชกาลที่ 5 และในทุกๆปีจะมีการจัดประเพณีกราบถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบรมบูรพมหากษัตริยาธิราชเป็นประจำโดยจะจัดขึ้นในวันที่ 6 เดือนเมษายน 

 

สนับสนุนโดย    ufabet

ประเพณีลากพระและตักบาตรเทโว  ประจำจังหวัดสงขลา 

         สำหรับในบทความนี้เราจะมาแนะนำเกี่ยวกับประเพณีที่จะมีการจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีของจังหวัดสงขลาซึ่งนับได้ว่าเป็นประเพณีที่มีการทำกันมาอย่างยาวนานสืบทอดกันรุ่นต่อรุ่นจากคนเฒ่าคนแก่ส่งต่อมายังถึงลูกหลานและปัจจุบันนั้นก็ยังมีการจัดประเพณีกันอย่างยิ่งใหญ่อลังการอยู่และประเพณีก็ยังสามารถดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาเที่ยวที่จังหวัดสงขลาเพื่อมาร่วมงานประเพณีกันอย่างคับคั่งมากมายเลยทีเดียว

    ประเพณีลากพระและตักบาตรเทโว  สำหรับประเพณีที่เรากำลังพูดถึงนี้คือประเพณีลากพระและตักบาตรเทโวซึ่งโดยปกติแล้วทางจังหวัดสงขลา

จะมีการจัดกิจกรรมประเพณีในช่วงประมาณต้นเดือนตุลาคมซึ่งเป็นช่วงระหว่างวันออกพรรษาโดยจุดที่มีการจัดกิจกรรมประเพณีนี้จะมีตั้งแต่บริเวณสระบัวแหลมสมิหลานอกจากนี้ยังมีการจัดประเพณีนี้แถวบริเวณเชิงบันไดเขาตังกวนและที่หน้าสนามกีฬาติณสูลานนท์ซึ่งถือว่าเป็นสนามกีฬาประจำจังหวัดสงขลาอีกด้วย

          ประเพณีลากพระและตักบาตรเทโวนั้นทางเจ้าหน้าที่ประจำจังหวัดจะมีการจัดกิจกรรม 3 วันด้วยกันซึ่งโดยปกติแล้วในวันแรกนั้นจะมีการจัดทำพิธีสมโภชบริเวณสระบัวแหลมสมิหลาซึ่งตรงจุดนี้ชาวบ้านจะพากันมารวมตัวเพื่อทำบุญเป็นการห่มผ้าองค์เจดีย์หลวงเขาตังกวนซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัดสงขลาและเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวจังหวัดสงขลาให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมากเลยทีเดียว 

        อย่างไรก็ตามวันต่อมาชาวบ้านก็จะมีการเดินขบวนมาที่บริเวณหน้าสถานีวิทยุเสียงจากทหารเรือเพื่อทำพิธีแห่ผ้าและเปลี่ยนผ้าห่มขององค์เจดีย์หลวงเขาตังกวนซึ่งกิจกรรมจะเริ่มมีการทำการตั้งแต่ 08:00 น เป็นต้นไปและหลังจากที่เสร็จประเพณีในวันดังกล่าวแล้วชาวบ้านก็จะพากันท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวภายในจังหวัด

         หลังจากนั้นในวันรุ่งขึ้นชาวบ้านก็จะมารวมตัวกันแถวบริเวณเชิงบันไดเขาตังกวนอีกครั้งหนึ่งซึ่งจะมารวมตัวกันตั้งแต่ช่วงเวลา 06:30 น เป็นต้นไปเพื่อร่วมพิธีทำบุญตักบาตรเทโวโดยจะมีพระสงฆ์เป็นจำนวนมากมาคอยยืนรับข้าวสารอาหารแห้งแถวบริเวณเชิงบันไดเขาตังกวนและจะมีการเริ่มตักบาตรกันตั้งแต่ช่วงเวลา 8:30 น เป็นต้นไป 

         หลังจากที่ชาวบ้านทำการตักบาตรและมีการเปิดงานประเพณีลากพระเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะมีการชมกันประกวดเรือพระขบวนแห่เรือพระที่นั่งซึ่งการประกวดนี้จะมีการจัดขึ้นที่บริเวณหน้าสนามกีฬาติณสูลานนท์และในวันสุดท้ายนั้นก็จะเป็นพิธีการมอบรางวัลเรือขบวนที่ชนะการประกวด 

 

สนับสนุนโดย    ทางเข้า UFABET ภาษาไทย

รวมประเพณีที่จะมีการจัดขึ้นในช่วงเทศกาลวันออกพรรษาทั่วไทย 

        เทศกาลวันออกพรรษา   สำหรับในบทความนี้เราจะมีการรวบรวมประเพณีของแต่ละจังหวัดที่จะมีการจัดขึ้นในช่วงเทศกาลวันออกพรรษา

เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่สนใจจะไปเที่ยวในช่วงเทศกาลวันออกพรรษาได้มีโอกาสเลือกว่าจะเดินทางไปท่องเที่ยวหรือไปร่วมกิจกรรมกับประเพณีของจังหวัดไหนบ้างและจังหวัดที่มีการจัดกิจกรรมในช่วงวันออกพรรษานั้นมีการจัดประเพณีอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง 

      จังหวัดลําพูนมีการจัดกิจกรรมประเพณีสลากย้อม  ซึ่งจะมีการจัดงาน 7 วัน 7 คืนโดยจะมีการประกวดการเดินแห่ขบวนและมีการนำอาหารท้องถิ่น มาจำหน่ายให้กับบรรดานักท่องเที่ยวที่มาร่วมงานเยอะแยะมากมายเต็มไปหมดเป็นอีกหนึ่งประเพณีที่น่าสนใจที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินทางมาร่วมกิจกรรมและ ชมความงดงามของประเพณีนี้กัน 

   จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประเพณีออกหว่า  สำหรับประเพณีนี้จะเป็นประเพณีที่เน้นเกี่ยวกับเรื่องของการทำบุญและมีการจัดนิทรรศการต่างๆซึ่งจะมีการนำทำขนมธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมของจังหวัดแม่ฮ่องสอนมาแสดงให้กับประชาชนที่มาร่วมงานได้ชมกันโดยส่วนใหญ่และประเพณีจะจัดขึ้นเป็นระยะเวลาประมาณ 3 วันซึ่งการจัดกิจกรรมส่วนใหญ่นั้นจะจัดขึ้นในช่วงเวลาตอนกลางวัน 

       จังหวัดหนองคาย ประเพณีออกพรรษาบั้งไฟพญานาค  เสื้อผ้าสำหรับประเพณีนี้ทุกคนต้องเคยมีโอกาสได้ยินและอาจจะเคยไปร่วมประเพณีกันมาบ้างแล้วซึ่งโดยปกติแล้วจะมีการจัดกิจกรรมการ 9 วัน 9 คืนเลยทีเดียวและมีกิจกรรมเยอะแยะมากมายให้นักท่องเที่ยวได้ไปเยี่ยมชมที่สำคัญนักท่องเที่ยวยังสามารถไปเยี่ยมชมความสวยงามและความน่าอัศจรรย์ใจของบั้งไฟพญานาคที่จะเกิดขึ้นริมแม่น้ำโขงในวันออกพรรษาช่วงเวลาเที่ยงคืนได้อีกด้วย 

       จังหวัด นครพนมประเพณีงานไหลเรือไฟ  gclub ผ่านเว็บ   สำหรับที่จังหวัดแห่งนี้จะมีการจัดประเพณีนี้ทุกปีซึ่งจะมีการจัดงาน 10 วัน 10 คืนกันเลยทีเดียวเป็นประเพณีที่มีการจัดอย่างยิ่งใหญ่มีทั้งการไหลเรือไฟและงานกาชาดซึ่งการจัดกิจกรรมนั้นจะมีทั้งช่วงเวลากลางวันและกลางคืนนอกจากนี้ยังมีการทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคลของคนที่ไปร่วมงานอีกด้วย 

      จังหวัดสุราษฎร์ธานี งานประเพณีชักพระ เป็นอีกหนึ่งประเพณีที่มีการจัดยิ่งใหญ่อลังการเป็นอย่างมากและมีการจัดงานกว่า 9 วัน 9 คืนเลยทีเดียวมีกิจกรรมเยอะแยะมากมายทั้งการสอบถามการทอดผ้าป่ารวมถึงการแข่งเรือยาวซึ่งนักท่องเที่ยวจะเพลิดเพลินกับการเดินทางมาเยี่ยมชมและเข้าร่วมกิจกรรมประเพณีของที่นี่อย่างแน่นอน 

        จังหวัดสงขลาประเพณีลากพระและตักบาตรเทโว  เป็นประเพณีที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนนั้นหันมาทำบุญไหว้พระตักบาตรเป็นการจัดงานสมโภชที่จะมีการจัดขึ้นที่บริเวณเชิงบันไดเขาตังกวนซึ่งภายในงานนั้นจะมีกิจกรรมเยอะแยะมากมายทั้งการทำบุญการจัดพิธีสมโภชห่มผ้าองค์พระเจดีย์หลวงเขาตังกวนนอกจากนี้ยังมีการตักบาตรเทโวและมีการแข่งขันประกวดเรือแห่อีกด้วย 

ชนเผ่าอินเดีย ในศตวรรษที่ 15 

ชนเผ่าอินเดีย ในศตวรรษที่ 15  ชาวอินเดียถือเป็นชนพื้นเมืองได้เป็นเจ้าของผืนแผ่นดินอเมริกาก่อนที่คนผิวขาวจากยุโรปจะส่งไปยึดครองจับจองและขับไล่คนพื้นเมืองที่เป็นเจ้าของมาก่อนไปอยู่ในอาณานิคมที่คนผิวขาวเป็นคนสร้างขึ้นและสร้างกฎบังคับให้คนพื้นเมืองเหล่านั้นต้องทำตาม

โดยตามทฤษฎีชาติพันธุ์นั้นมีความเชื่อกันว่าชาวพื้นเมืองอเมริกาหรือพวกอินเดียแดงอพยพไปจากทวีปเอเชียตั้งแต่ยุคน้ำแข็งที่ทำให้แผ่นดินทวีปเอเชียกับอเมริกานั้นเชื่อมต่อกันด้วยแผ่นน้ำแข็งชนพื้นเมืองเหล่านั้นจึงอพยพข้ามมาทางรัฐอลาสก้าแล้วเริ่มลงหลักปักฐาน

ตั้งแต่อลาสก้าลงมาจนถึงอเมริกาใต้ ซึ่งชาวเอสกิโมก็คือชนเผ่าพื้นเมืองที่อพยพมาด้วยในช่วงเวลานั้นเช่นกันหรือแม้แต่ชนเผ่ามายาในอเมริกากลางจนถึงชนเผ่าอินคาในอเมริกาใต้ก็เป็นชนเผ่าชนพื้นเมืองที่สืบสายมาจากกลุ่มคนที่อพยพมาจากเอเชียประมาณกันว่าชนเผ่าพื้นเมืองเหล่านี้สืบสายพันธุ์จนกลายเป็นจำนวนนับพันนับหมื่นชนเผ่า

โดยเฉพาะในทวีปอเมริกาเหนือเองก็มีจำนวนนับเป็นพันๆชนเผ่าตั้งแต่คนขาวจากยุโรปเริ่มอพยพเข้าไปปักหลักอยู่แผ่นดินอเมริกาตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่15 นั้นก็มีการทำสงครามฆ่าสังหารคนพื้นเมืองเหล่านี้มากมายจนหลายเผ่าพันธุ์ถึงกับสูญพันธุ์ไปเลยทีเดียว

โดนเฉพาะในอเมริกาเหนือช่วงสร้างประเทศสหรัฐอเมริกานั้นมีการทำสงครามระหว่างคนผิวขาวกับชนเผ่าอินเดียในอเมริกาเหนืออย่างดุเดือดตลอดจนทั่วทุกพื้นที่ต่อเนื่องตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 ไปจนกระทั่งสิ้นสุดเมื่อต้นศตวรรษที่ 20 ทำให้เกิดความสูญเสีย

ระหว่างทั้งสองฝ่ายลงอย่างมากมายในที่สุดชนเผ่าพื้นเมืองอินเดียก็ต้องเป็นฝ่ายยอมวางอาวุธก่อนและต้องยอมอยู่ใต้กฎหมายของคนผิวขาวที่กำหนดให้ชาวอินเดียเหล่านั้นอยู่ในเขตสงวนที่จัดเอาไว้เฉพาะนี่คือเรื่องที่น่าเศร้าของผู้ที่ครอบครองก่อน แต่ต้องพ่ายแพ้และตกอยู่ในชะตากรรมที่ผู้อื่นกำหนดให้และเรื่องราวต่อไปนี้เป็นเรื่องราวของหัวหน้าเผ่าชาวอินเดียแดงผู้หนึ่งที่มีประวัติการต่อสู้เป็นตำนานในช่วงปลายสงครามอเมริกันอินเดียถึงแม้บั้นปลายจะต้องวางอาวุธและยอมเข้าไปอยู่ในเขตสงวนที่คนขาวกำหนดให้

แต่กว่าที่จะมาถึงบทจบของสงครามอินเดียในครั้งนั้นบุรุษผู้นี้ถือเป้นวีรบุรุษของชาวอินเดียแดงไม่เฉพาะชนเผ่าของตนเองเท่านั้นแต่ของชาวอินเดียทั่วไปที่ต่อสู้กับคนขาวอย่างกล้าหารหรือแม้แต่คนขาวเองก็ยังหวาดกลัวคนผู้นี้บุคคลผู้นี้ก็คือ เจอโรนิโม 

จุดเริ่มต้นของสงครามอินเดียนั้นนับตั้งแต่ปีคริสต์ศักราช1622 โดยนักประวัติศาสตร์ได้วิเคราะห์เอาไว้ว่าตั้งแต่เหตุการสังหารหมู่ที่เมืองเจมส์ทาวน์อาณานิคมแห่งแรกของอังกฤษที่ชาวอังกฤษในเมืองเจมส์ทาวน์ถูกสังหารลงไปเกือบครึ่งเมืองทั้งผู้หญิงและเด็กก็ถูกสังหารไม่เว้น

 

สนับสนุนโดย    ufabet