ศิลปะร่วมสมัย

งานศิลปะมีรูปร่างที่แตกต่างกันออกไปอย่างไรก็ตามในยุคปัจจุบันต้องยอมรับว่ารูปแบบในการทำงานศิลปะมีความหลากหลายมากโดยเฉพาะในประเทศไทย การทำงานศิลปะทั้งสิ้นอย่างไรก็ตามที่เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่การพัฒนารูปแบบงานหรือว่าสุนทรียภาพแห่งการทำงานในยุคปัจจุบันมีการเปิดกว้างที่เพิ่มมากขึ้น

มันสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีหรือแม้แต่จะเป็นการสร้างรูปแบบในการทำงานโดยการผ่านอารมณ์ทั้งสิ้น การเปลี่ยนแปลงทางสังคมหรือผู้คนต่างๆในยุคปัจจุบันผู้คนมีความต้องการในการเข้าถึงเทคโนโลยีต่างๆที่เพิ่มมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆหรือแม้แต่อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ในส่วนของ Social Media ก็มีการพัฒนาขึ้นเยอะ ที่ทำให้ในยุคปัจจุบันรูปแบบงานต่างๆมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาผู้คนมีการรับรู้เกี่ยวกับแนวคิดหรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของสื่อต่างๆ

ก็มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาอย่างไรก็ตามที่เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันผลงานต่างๆผู้คนสามารถเข้าถึงได้ง่ายมากยิ่งขึ้น โดยศิลปินหน้าต่างสามารถสร้างช่องทางตัวเองในการเผยแพร่งานไม่ว่าจะเป็น Social Media หรือแม้แต่จะเป็นอินเทอร์เน็ตในยุคปัจจุบันก็มีการพัฒนาที่ยั่งยืน ระบบ Social Media คือหนึ่งสิ่งที่ทำให้สิ่งต่างๆในการเผยแพร่งานตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น Instagram Facebook Twitter แต่ตอนนี้เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้ศิลปินเหมือนกันเผยแพร่แนวคิดของตัวเองได้

อย่างไรก็ตามโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่มีงานศิลปะร่วมสมัยครั้งมากไม่ว่าจะเป็นการทำงานร่วมกับผู้อื่นในประเทศอื่นๆหรือทวีป หรือแม้แต่จะเป็นลักษณะของงานที่แตกต่างกันออกไปเพราะที่อยู่ปัจจุบันเราไม่สามารถกำหนดได้ว่างานศิลปะคือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ศิลปะคือทุกสิ่งหลักหลายแขนง ไม่ว่าจะเป็นแนวเพลง ภาพวาดงานประติมากรรมหน้าต่างส่วนใหญ่ก็เป็นงานศิลปะท้องถิ่นอย่างไร

เปลี่ยนแปลงทางด้านจิตรกรรมหรือแม้จะเป็นประติมากรรมเขียนหน้าต่างในยุคปัจจุบันก็มีแคลอรี่หรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของหอศิลปะเพื่อรองรับต่อการจัดแสดง ในยุคปัจจุบันจึงทำให้ผู้คนต่างๆมีการผลิตงานมากมายไม่ว่าจะเป็นศิลปินในยุคดั้งเดิมหรือแม้แต่จะเป็นศิลปินหน้าใหม่ยุคปัจจุบันที่มีจำนวนที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น

การเปลี่ยนแปลงทางด้านผลงานหรือการให้หน่วยงานต่างๆในปัจจุบันก็มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา

บุคคลมีความต้องการในการเรียนรู้รูปแบบงานใหม่ๆอย่างไรก็ตามที่จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงการติดต่อสื่อสารหรือการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆทำให้มีการพัฒนางานศิลปะที่เพิ่มไหม ร่วมสมัยเป็นการแสดงออกทางความคิดยกตัวอย่างเช่นความคิดทางการเมืองที่มีอยู่ปัจจุบัน มีความร้อนระอุ มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันเราจึงเห็นงานที่เกี่ยวเนื่องกับงานทางการเมืองไม่ว่าจะเป็นการแสดงออกทางความคิด

หรือแม้จะเป็นอุดมการณ์ต่างๆในยุคปัจจุบันก็สามารถมองหาสิ่งต่างๆเหล่านี้ได้ง่ายมากยิ่งขึ้นในงานศิลปะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผลงานเพลงหรือแม้จะเป็นภาพเขียนต่างๆในยุคปัจจุบัน 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    gclub ทดลองเล่นฟรี

ยุคโรมันและการใช้ศิลปะในการพัฒนาบุคคล

แต่ละยุคและสมัยต่างๆก็มีการเปลี่ยนแปลงอันนั้นความเชื่อและความคิดเห็นเช่นเดียวกันอีกหนึ่งยุคที่มีความร่วมมือหรือมีความเฟื่องฟูทางด้านวัฒนธรรมและงานไฟฟ้าเป็นอย่างมากนั่นคือโรมัน รวมกันเป็นยุคที่มีการพัฒนาทางด้านความคิดของพวกคุณเป็นอย่างมากผู้คนมีการคิดเกี่ยวกับสุนทรียภาพแห่งการใช้ชีวิตไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ สถาปัตยกรรมหรืองานสร้างต่างๆก็ถูกผลิตขึ้นในงานของยุคโรมันเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตามความเชื่อหรือแนวคิดต่างๆได้ถูกถ่ายทอดมาจากกรีก ซึ่งทุกคนต่างๆมีการรวมอำนาจค่อนข้างเยอะในโดยเฉพาะในยุคโรมันที่มีการพัฒนาทางด้านงานศิลปะให้และให้ความสำคัญเกี่ยวกับการพัฒนางานต่างๆเป็นอย่างมาก การเจริญอำนาจหรือการสร้างอำนาจชาวจีนมีความเชื่อว่าสุนทรียภาพสามารถแสดงออกได้ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่นี่จึงทำให้สาเหตุของเขาไม่ได้สนใจเกี่ยวกับความเชื่อหลังความตายเป็นอย่างมาก

ยุคต่างๆที่มีอิทธิพลต่อชาวโรมันอินเทอร์เน็ตยุคแรกคือ ยุคที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของชาวกรีก ชาวกรีกเป็นยุคที่มีความเจริญรุ่งเรืองทางด้านวัฒนธรรมเป็นอย่างมากนี่จึงทำให้ศิลปะต่างๆของยุคกรีกมีการส่งต่อมาสู่ยุคโรมันเป็นอย่างมากปฏิมากรรมของชาวโรมัน ได้ถูกพัฒนามาจากในยุคของชาวกรีกซึ่งมีวิวัฒนาการของงานเป็นอย่างมาก 

ชาวโรมันเป็นชาวที่มีประติมากรรมที่มีความเหมือนจริงและรูปทรงต่างๆที่มีการพัฒนาตลอดเวลาการนำเสนอเรื่องราวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อประติมากรรมต่างๆหรือแม้จะเป็นการทำหุ่นหน้ากากขี้ผึ้งที่แสดงถึงความจงรักภักดีและการเคารพบูชาแก่บรรพบุรุษ ซึ่งจะมีการประดิษฐ์ให้เหมือนหน้าจริงมากที่สุดในจึงทำให้ความนิยมของประติมากรรมที่มีรูปร่างคล้ายคนจริงหรือแม้แต่จะเป็นการพิมพ์ภาพแบบนูนสูงได้รับความนิยมอย่างมากในการพัฒนาในส่วนของโรมันต่างๆเหล่านี้

ไม่ใช่เพียงแต่ปฏิมากรรมปั้น แต่มีสถาปัตยกรรมมากมายซึ่งในยุคปัจจุบันเราก็ได้เห็นผลงานสถาปัตยกรรมมากมายในการพิมพ์รูปทรงต่างๆไม่ว่าจะเป็นเสาโรมันที่ในยุคปัจจุบันก็มีการใช้กันอยู่ รวมถึงจะมีกำแพงตามสถานที่ต่างๆที่ถูกบันทึกเรื่องราวต่างๆหรือความเชื่อต่างๆตอนที่มีความเกี่ยวเนื่องกับจักรวรรดิข้าราชบริพารซึ่งมีความเหมือนจริงและลักษณะใบหน้าก็มีการคล้ายคลึงกับของจริงมากที่สุด

อย่างไรก็ตามยุคสมัยโรมันเป็นยุคที่มีงานศิลปะที่พัฒนาคนไข้เยอะไม่ว่าจะเป็นผู้คนหน้าตาหรือแม้จะเป็นการเข้าถึงความรู้ความเชื่อต่างๆก็มีการพัฒนาที่รักข้างเดียวเพราะยุคนี้เป็นยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงของงานศิลปะที่นำความเชื่อและการพัฒนาการทำงานต่างๆเหล่านี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาผู้คนสุสานหน้าต่างการฝังศพ

รวมถึงอนุสาวรีย์ต่างๆก็ถูกผลิตในยุคนี้เป็นจำนวนมากจนมาถึงยุคหลังที่ผู้คนและการมีการศึกษาเกี่ยวกับงานศิลปะในยุคโรมันซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา 

 

ขอบคุณ ทดลองเล่นบาคาร่า  ที่ให้การสนับสนุน

ทฤษฎีสี

ศิลปะคือสิ่งที่กล่อมเกลาจิตใจมนุษย์มาช้านาน คนใช้งานเสร็จภายในการบันทึกเรื่องราวต่างๆหรือแม้แต่จะเป็น ประวัติศาสตร์ต่างๆก็ถูกบันทึกผ่านงานศิลปะ นึกว่าจะเป็นงานศิลปะกำแพงหรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของยุคดึกดำบรรพ์ผู้คนก็มีการใช้ศิลปะในการแสดงอารมณ์หรือระบายอารมณ์ร่วมถึงเป็นการจดบันทึกเรื่องราวต่างๆยกตัวอย่างเช่น ผู้คนในยุคถ้ำหรือมนุษย์ยุคถ้ำนั้นก็จะเป็นการบันทึกงานศิลปะ

โดยใช้เลือดและกระดูกของสัตว์ที่ล่าสัตว์นั้นมา เขียนลงบนกำแพงหรือที่อยู่อาศัยไม่ว่าจะเป็นโขดหินต่างๆหรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของกำแพงต่างๆของถ้ำ เพื่อบันทึกว่าละแวกแถวนั้นมีอะไรบ้างน้ำตรงไหนบ้างจดบันทึกแผนที่หรือแม้แต่จะเป็นการวาดงานศิลปะเช่นสัตว์ อธิบายว่าในส่วนของละแวกถ้ำนั้นๆมีสัตว์ชนิดใดบ้างและสามารถล่าสิ่งใดบ้างที่ถูกใช้งานมาเป็นระยะเวลานาน

การใช้สีมีการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆยกตัวอย่างเช่นในส่วนของก่อนหน้านี้ ในตั้งแต่ยุคถ้ำก็มีการใช้สีต่างๆในการจดบันทึกไม่ว่าจะเป็นสีของดิน สีของเลือด หรือแม้แต่จะเป็นการขูดขีดนำฝาผนังโดยใช้หิน รวมทั้งกระดูกสัตว์ ซึ่งบรรพบุรุษของมนุษย์ต่างๆนี้มีการใช้สีต่างๆเพื่อแสดงถึงความน่าหวาดกลัว ธรรมชาติ ความน่าตื่นเต้น และการเกิดเหตุต่างๆไม่ว่าจะเป็นพายุหรือแม้แต่จะเป็นน้ำท่วม

ในยุคปัจจุบันการพัฒนาสีต่างๆที่ถูกเปลี่ยนแปลง หรือถูกพัฒนาตลอดเวลาเพราะมนุษย์นั้นมีความเชื่อว่า พระเจ้าคือสิ่งที่ประธานทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นอาหาร น้ำ ที่อยู่อาศัย บางคนจึงใช้สีต่างๆหรือว่าเลือกต่างๆในการจดบันทึกหรือในการบูชาพระเจ้าในสิ่งต่างๆนี่เองจึงเป็นส่วนสำคัญที่ในยุคปัจจุบันรูปร่างลักษณะหรือภาวะต่างๆที่แสดงให้เห็นถึง ความเชื่อ ที่อยู่อาศัย

หรือแม้แต่จะเป็นลักษณะในการใช้ชีวิตไม่ว่าจะเป็นการปั้นแกะสลักหรือแม้แต่จะเป็นการวาดภาพบนฝาผนังก็มีมาอย่างช้านาน ซึ่งมนุษย์ยุคถ้ำต่างๆเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงพลังอำนาจหรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของการใช้สีที่มีตามอยู่ธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นสีน้ำตาลของดิน สีเขียวที่แสดงถึงต้นไม้ สีเทาที่มาจากหิน หรือแม้แต่จะเป็นสีแดงที่มาจากเลือด สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่ามนุษย์มีการพัฒนาลักษณะของการใช้สีอยู่ตลอดเวลา เนื้อสัตว์ถูกนำไปใช้ในส่วนต่างๆไม่ว่าจะเป็นการทานหรือแม้จะเป็นกันใช้ชีวิต

ซึ่งการใช้สีของผู้คนนี้มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันก็มีการใช้สีในการทำงานศิลปะมากมาย สีได้ถูกพัฒนาให้มีหลากหลายมากยิ่งขึ้นให้แสดงให้เห็นถึงการใช้งานต่างๆอย่างไรก็ตามนี้จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ผู้คนในยุคปัจจุบันหรือแม้จะเป็นยุคเริ่มต้นของงานศิลปะได้มีการใช้ศิลปะภาพวาดหรือแม้จะเป็นการแสดงสี ที่แสดงให้เห็นถึงการล่าสัตว์

การใช้ชีวิต เมื่อจดบันทึกเรื่องราวต่างๆเพราะว่าในส่วนของท่านนั้นๆหากมีการย้ายที่ กลุ่มคนที่ย้ายเข้ามาอยู่ก็จะรู้ว่าในบริเวณนี้สามารถล่าสัตว์ชนิดใดได้บ้างหรือว่ามีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นบ้าง เพื่อการระวังตัวหรือแม้จะเป็นในส่วนของการถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆลงบนฝาผนังซึ่งในปัจจุบันก็มีการใช้งานอยู่ตลอดเวลาเพื่อแสดงให้เห็นในการค้นหาว่าในอดีตผู้คนมีการใช้ชีวิตอย่างไร 

 

 

สนับสนุนโดย   จีคลับคาสิโนออนไลน์

การศึกษาและงานศิลปะในประเทศไทย

ศิลปะในประเทศไทยเป็นศิลปะที่มีความต้องการในการพัฒนาค่อนข้างเยอะผู้คนต่างๆมีความต้องการในการพัฒนาไม่ว่าจะเป็น งานสร้างสรรค์เกี่ยวกับปฏิมากรรมในประเทศไทยการปั้น การแกะสลักหรือแม้แต่จะเป็นการทำงานเร็วๆนี้มากมายรวมถึงในยุคปัจจุบันก็มีการพัฒนาศิลปะร่วมสมัยเป็นอย่างมาก ผู้คนต่างๆมีความต้องการในการพัฒนาอุดมคติรวมถึงมีการพัฒนาวัฒนธรรม ความคิดต่างๆหรือความเชื่อต่างๆ

ที่สืบต่อกันมาได้แต่ละจังหวัดหรือแต่ละอำเภอก็จะมีลักษณะของงานศิลปะที่แตกต่างออกไปอย่างไรก็ตาม ผู้คนต่างๆที่ใช้ชีวิตอยู่ในโลกปัจจุบันอาจจะได้เห็นงานศิลปะเป็นจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะที่อยู่ในโบสถ์ หรืองานศิลปะที่อยู่ในวัดเองก็ตามเพราะผู้คนต่างๆมีลักษณะในการใช้ชีวิตด้วยความเชื่อต่างๆที่แตกต่างกันออกไป

สถานที่งานเก่าๆประติมากรรมงานวาดงานเขียนหรือแม้แต่จะเป็นงานปั้น เราอาจจะเห็นตัวละครในวรรณคดี หรือแม้แต่จะเป็นตัวละครที่เกี่ยวกับศาสนาผู้คนต่างมีความต้องการในการถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆตามความเชื่อหรือแม้แต่จะเป็นความนิยมกิจกรรมต่างๆของมนุษย์ ให้ส่งต่อถึงคนรุ่นหลังนี้เองจึงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ในวัดในโบสถ์ต่างๆมีรูปวาดหรือแม้แต่จะเป็นงานบ้านต่างที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น

โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันก็มีการพัฒนาเป็นงานเขียนรวมถึงงานดิจิตอลในการใช้งานอีกด้วย จึงทำให้การเปลี่ยนแปลงของรูปแบบในการอยู่อาศัยของผู้คนในการพัฒนาอยู่เสมอ

อย่างไรก็ตามประเทศไทยในยุคปัจจุบันก็มีการศึกษาหรือให้ความสำคัญเกี่ยวกับการเรียนการสอนงานศิลปะค่อนข้างเยอะ ไม่ว่าจะเป็นผู้คนต่างๆในยุคปัจจุบันที่สามารถศึกษาเกี่ยวกับงานศิลปะเบื้องต้นได้ตั้งแต่วัยประถม ซึ่งกำลังหัดเขียนหัดอ่านนี้จะเป็นส่วนสำคัญที่มีวัฒนาการการเรียนการสอนของประเทศไทยให้ความสำคัญเกี่ยวกับทางด้านจินตนาการกับเด็ก การศึกษาและศิลปะในประเทศไทย

มีการพัฒนาด้านข้างเยอะไม่ว่าจะเป็นมหาลัยต่างๆหรือสถาบันการศึกษาต่างๆในยุคปัจจุบันที่มีจำนวนที่เพิ่มมากขึ้นยิ่งจะทำให้ส่วนใหญ่ผู้คนสามารถเข้าถึงงานศิลปะได้ แม้แต่ขอสิ่งใดในยุคปัจจุบันก็มีเป็นจำนวนมากรวมถึงสถาบันเกี่ยวกับการเก็บรวบรวมประวัติศาสตร์หรืองานศิลปะต่างๆตามจังหวัดต่างๆอีกมากมาย การเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยต่างๆเหล่านี้ไม่อาจลบเลือนความเชื่อหรือแม้แต่จะเป็นความต้องการในการถ่ายทอดของงานศิลปะต่างๆได้

การเปลี่ยนแปลงของงานต่างๆจะมีการพัฒนาอยู่เสมอผู้คนต่างให้ความสนใจในการพัฒนาการทำงานหรือการเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการใช้ชีวิตที่ดีมากยิ่งขึ้น การเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยต่างๆไม่ว่าจะเป็นในส่วนของวันเวลาที่ผ่านไป งานศิลปะต่างๆเริ่มถ่ายทอดเกี่ยวกับความคิดหรือแม้แต่จะเป็นความเชื่อต่างๆ

โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่งานร่วมสมัยต่างๆมีการแสดงออกทางความคิดเห็นทางการเมืองค่อนข้างเยอะ ตอนนี้ปัจจุบันความเห็นทางการเมืองค่อนข้างมีบทบาทกับผู้คนนี่เองจึงเห็นได้ว่าในยุคปัจจุบันงานศิลปะเกี่ยวกับการเมืองมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   เว็บตรง ไม่ผ่านเอเย่นต์

เสน่ห์ที่ฆ่าไม่ตายของกล้องฟิล์ม

ด้วยยุคสมัยและความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อก่อนทำให้หลายคนเคยมองข้ามกล้องฟิล์ม แล้วหันมาใช้กล้องดิจิตอลแทน กล้องฟิล์มจึงไม่ได้เป็นที่นิยมและแทบจะหายไปจากยุคนี้ แต่ปัจจุบันกล้องฟิล์มได้กลับมามีกระแสและเป็นที่นิยมอีกครั้ง เพราะเหตุใดกันนะคนส่วนใหญ่ถึงกลับมาเล่นกล้องฟิล์มกันอีกครั้ง 

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกล้องฟิล์มกันดีกว่า 

-ใช้ขนาดของกล้องฟิล์ม หรือ Format ในการแบ่งประเภท จะสามารถแบ่งกล้องฟิล์มได้ 3 ประเภท

  1. Small Format คือ กล้องฟิล์มที่คนนิยมใช้กันทั่วไป ฟิล์มที่ใช้จะเป็นแบบ 35mm
  2. Medium Format คือ กล้องที่ใช้ฟิล์มขนาดใหญ่ขึ้นมาจากแบบทั่วไป คือ Format 120 (ขนาด 6″x6″ หรือ 6″x9″)
  3. Large Format คือ กล้องฟิล์มที่มีขนาดใหญ่ หาไม่ได้ทั่วไป ใช้ฟิล์มขนาด 4×5 นิ้ว หรือ ใหญ่กว่านั้น ด้วยความที่ตัวกล้องมีขนาดใหญ่จึงอาจทำให้ยากต่อการใช้งาน 

-ใช้ลักษณะการโฟกัสในการแบ่งประเภท จะสามารถแบ่งกล้องฟิล์มได้ 2 ประเภท

1.กล้องฟิล์ม RF (Rang Finder) คือ กล้องฟิล์มที่มีขนาดเล็กกะทัดรัด พกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก มีการโฟกัสภาพโดยการมองผ่านช่องมองภาพ ซึ่งเป็นช่องมองภาพจะเป็นคนละช่องกับเลนส์รับภาพ ในการโฟกัสภาพจะใช้การปรับวงแหวนโฟกัสของเลนส์ควบคู่ไปกับตัววัดระยะของกล้อง จะต้องใช้การกะระยะจากเฟรมในช่องมองภาพ การโฟกัสภาพแบบดังกล่าว เรียกว่า Parallax Focus หรือ แบบภาพซ้อน อันเป็นการโฟกัสที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว กล้องฟิล์ม RF ไม่สามารถเปลี่ยนเลนส์กล้องได้จึงมีความยืดหยุ่นในการใช้งานน้อย 

  1. กล้องฟิล์ม SLR (Single Lens Reflex) คือ กล้องฟิล์มที่ใช้ช่องมองภาพ (View Finder) ในการโฟกัสภาพผ่านเลนส์ กล่าวคือเมื่อเรามองเห็นภาพยังไง ภาพฟิล์มที่ได้ก็จะออกมาแบบนั้น กล้องฟิล์ม SLR ได้พัฒนามาจากกล้องฟิล์ม RF จึงทำให้สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ มีความยืดหยุ่นในการใช้งานมากกว่า แต่กล้องฟิล์ม SLR จะขนาดที่ใหญ่ขึ้น พกพาลำบากกว่ากล้องฟิล์ม RF

-ใช้ลักษณะการทำงานของกล้องในการแบ่งประเภท จะสามารถแบ่งกล้องฟิล์ม ได้ 2 ประเภท

1.กล้องกลไกล หรือที่เรียกว่ากล้องแมคคานิค (Mechanic) คือ กล้องที่ขับเคลื่อนการทำงานม่านชัตเตอร์ด้วยตัวกลไกเฟือง แม้ไม่มีแบตเตอรี่ก็สามารถทำงานได้ ถ่ายภาพได้ จึงค่อนข้างมีความทนทาน

2.กล้องไฟฟ้า คือ กล้องที่ขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบมอเตอร์ แผงวงจรไฟฟ้า ต้องใช้ต้องแบตเตอรี่ในการทำงาน ถ้าไม่มีแบตเตอรี่หรือแบตเตอรี่หมดจะไม่สามารถกดชัตเตอร์ได้ ไม่สามารถขึ้นไกฟิล์มได้ ไม่สามารถถ่ายรูปภาพได้เลย อายุการใช้งานจึงมีขีดจำกัด แต่กล้องไฟฟ้าจะมีความสะดวกในการพกพา ใช้งานได้คล่องตัวกว่ากล้องกลไก

-ใช้ฟังก์ชั่นของกล้องมาเป็นตัวแบ่งประเภท จะสามารถแบ่งกล้องฟิล์ม ได้ 3 ประเภท

1.กล้องออโต้ (Auto) คือ กล้องฟิล์มที่ไม่ต้องปรับค่าของกล้องในการใช้งาน เช่น การปรับสปีดชัตเตอร์ การปรับรูรับแสงเพียงแค่เล็ง และโฟกัสก็สามารถกดชัตเตอร์ถ่ายภาพได้เลย

2.กล้องกึ่งออโต้ คือ กล้องฟิล์มที่มีการปรับแค่รูรับแสง ส่วนการปรับสปีดชัตเตอร์ ระบบกล้องจะคำนวนค่าแสงและเลือก Speed Shutter ที่เหมาะสมให้เองโดยที่เราไม่ต้องปรับ เรียกระบบนี้ว่า Aperture Priority 

3.กล้องแมนนวล (Manual) คือ กล้องที่ต้องปรับรูรับแสงแสะสปีดชัตเตอร์เองทั้งหมด ตัวกล้องจะมีระบบวัดแสง ที่สามารถแสดงการประมาณแสงที่เข้ามาในกล้องได้ โดยแสดงผลเป็นแบบเข็มหรือแบบไฟ LED 

แม้ในปัจจุบันจะมีกล้องดิจิตอล หรือกล้องบนโทรศัพท์มือถือที่มีคุณภาพดีแค่ไหน แต่การใช้กล้องฟิล์มก็ยังคงเป็นเสน่ห์ที่ชวนน่าหลงใหลอยู่เสมอ ต่อให้มีการทำแอพพลิเคชั่นกล้องฟิล์มขึ้นมาก็ไม่อาจแทนที่กล้องฟิล์มจริงๆได้  และที่เหมือนจะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้กล้องฟิล์มกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งน่าจะมาจากการที่ผู้มีชื่อเสียง อย่าง ดารา นักร้อง ไอดอล ได้นำกล้องฟิล์มออกมาใช้ จึงทำให้เกิดเป็นกระแสกล้องฟิล์ม ถึงขนาดที่มีช่างภาพ ผู้ที่สนใจหลายคนหันมาสนใจเล่นและสะสมกล้องฟิล์มกันเป็นจำนวนมาก ทำให้ธุรกิจขายกล้องฟิล์มและฟิล์มถ่ายรูปกลับมามีชีวิตอีกครั้ง เรียกได้ว่าเสน่ห์ของกล้องฟิล์มเป็นอะไรที่ฆ่าไม่ตายจริงๆ  

 

สนับสนุนโดย   สมัคร Gclub

โมนาลิซ่า

ถึงแม้จะไม่มีหลักฐานปรากฎอย่างแน่ชัดว่าโมนาลิซ่านั้นเป็นใคร แต่ในชวงราวศรรตวรรษที่16นั้นได้มีการปรากฎขึ้นของภาพโมนาลิซ่าที่เป็นภาพวาดเปลือยกาย ทำให้ภาพวาดของสาวเปลือยกลายนี้นั้นได้มีการพูดถึงและเป็นที่โด่งดังอย่างมาก และด้วยตัวผู้วาดอย่าง Leonardo de vinci นั้นมีการกล่าวขานว่าตัวเขานั้นมีการรักร่วมเพศ และมีการสันนิษฐานไปว่า โมนาลิซ่านั้น

ไม่ใช่ผู้หญิงที่เป็นการวาดภาพเหมือนเพื่อจำแลงเพศของเด็กหนุ่มรูปงามคนหนึ่งซึ่งเป็นศิลปินที่มักจะมีการติดรูปเหล่านี้ไว่ตามสตูดิโอหรือสถานที่ที่เกี่ยวกับงานศิลปะ จึงมีการสันนิษฐานว่าเด็กหนุ่มคนนี้นั้นคือคนที่ Leonardo นั้นเลี้ยงไว้นั่นเอง

มีการนำภาพเหมือนของ Leonardo de vinci นั้นมาเปรียบเทียบกับภาพของโมนาลิซ่าและก็มีการสรุปตามข้อสันนิษฐานข้างต้นนั้นว่าโมนาลิซ่านั้นคือภาพวาดที่เป็นการภาพแฝงในการสร้างสรรค์ในตัวตนของ Leonardo de vinci นั่นเองแต่มีการจิตนาการและสร้างสรรค์ภาพวาดออกมาใหเมีการแต่งกายในลักษณะที่เป็นสตรีเพศ

โดยข้อสันนิษฐานนี้นั้นมีผู้ที่ได้ให้การสนับสนุนและมีการกล่าวเสริมว่าลายปักขดเชือกรอบคอเสื้อของโมนาลิซ่านั้นเป็นลายเซ็นลับของ Leonardo de vinci นั่นเองเพราะในภาษาอิตาเลียนความหมายของคำว่าขดเชือกนั้นตรงกับคำว่า Vinciley หรือคำเป็นชื่อย่อของ Leonardo de vinci นั่นเอง

แม้ว่าบุคคลในภาพวาดโมนาลิซ่านั้นยังคงเป็นสิ่งที่มีการถกเถียงกันอย่างไม่จบสิ้นว่าความแท้จริงแล้วนั้นบุคคลในภาพวาดเป็นใครกันแน่ แต่ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ที่ได้ครอบครองภาพวาดนี้นั้นยังพอจะมีข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้อยู่บ้าง โดยผู้ที่ได้ครอบครองภาพวาดโมยาลอซ่าคนแรกนั้นก็คือกษัตริย์ฝรั่งเศสซึ่งมีการโปรดให้นำภาพโมนาลิซ่านั้นไปประดับที่ห้องโถงในพระราชวังและหลังจากมีการเปลี่ยนกษัตริย์ ภาพวาดโมนาลอซ่านั้นก็ได้ถูกย้ายไปยังห้องบรรทมและมีการเรียกชื่อภาพวาดนั้นอย่างสนิทสนมว่ามาดามลิซ่าด้วย

โดยภาพวาดโมนาลิซ่านั้นทั้งหมดทั้งมวลเป็นเพียงสิ่งที่มีการกล่าวสันนิษฐานเท่านั้น เพราะว่ายังไม่ได้มีหลักฐานชิ้นไหนที่จะแสดงได้อย่างแน่ชัดว่าความจริงแล้วนั้นโมนาลิซ่าเป็นใคร ก็ยังคงมีการตีความกันไปและยังคงเป็นสิ่งที่ผู้สนใจยังคงค้นหาคำตอบ และถึงแม้จะไม่ได้คำตอบอบ่างแน่ชัดว่าโมนาลิซ่านั้นเป็นมครอย่างน้อยเราก็ได้รับความรู้ใหม่ๆและได้เรียนรู้ถึงข้อสันนิษฐานต่างๆของโมนาลิซ่า

และโมนาลิซ่านั้นก็ยังคงเป็นภาพวาดที่ได้รับความนิยมอย่างมากมาจนถึงปัจจุบันถึงแม้ว่าเรานั้นจะไม่ทราบว่าโมนาลิซ่านั้นเป็นใครแต่เมื่อมองภาพวาดแล้วนั้นเราก็เห็นได้ถึงความสวยงามและรอยยิ้มอันมีความสุขที่โมนาลิซ่านั้นได้มอบไว้ให้แก่ผู้ชมภาพศิละที่ชื่อว่าภาพวาดโมนาลิซ่านั่นเอง

.

 

สนับสนุนโดย   สล็อต ยิงปลา ฝากขั้น ต่ํา 100

การสร้างสรรค์ผลงานโทรทัศน์ร์ด้วยงานศิลปะ

ผลงานโทรทัศน์ใปัจจุบันนี้นั้นหรือที่หลายๆคนอาจจะคุ้นชินกันว่าผลงานทางด้านละคร ซี่รี่ส์ เป็นต้นถือว่ามีการพัฒนาและมีการนำความเป็นศิลปะเข้ามาสอดแทรกในการสร้างสรรค์ค่อนข้างมากเลยทีเดียว เพราะในอดีตนั้นการสร้างสรรค์ผลงานทางโทรทัศน์โดยส่วนใหญ่ก็จะเน้นเป็นการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆที่แสดงและถ่ายทอดออกมาส่วนใหญ่เป็นในเรื่องของอารมณ์

แต่ในปัจจุบันนี้นั้นมีการนำเรื่องความเป็นศิลปะเข้ามาสอดแทรกในบทค่อนข้างมากเลยทีเดียว เพราะการสร้างสรรค์ผลงานในลักษณะนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่แปลกใหม่ของวงการโทรทัศน์จึงทำให้เป็นสิ่งที่ค่อนข้างมีความน่าสนใจและทำให้เกิดความน่าติดตามตามาด้วยนั่นเอง

ศิลปะนั้นก็มีหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นศิลปะด้านการวาดภาพ ศิลปะด้านการระบายสี รวมทั้งศิลปะด้านการเล่าเรื่องด้วยนั่นเอง ผลงานที่ถูกาสร้างสรรค์ให้มีการออกอากาศหรือถ่ายทอดทางโทรทัศน์ก็ถือว่าเป็นผลงานที่ล้วนมีการนำศิลปะไปช่วยในการผสมผสานให้เกิดผลงานทั้งสิ้น และมีผลงานทางโทรทัศน์ของเกาหลีใต้อยู่เรื่องหนึ่งซึ่งถือว่าเป็นผลงานที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ในช่วงกลางปี 2020

อย่างเรื่อง It’s okay o not be okay นั่นเอง ซึ่งเป็นผลงานที่มีการถ่ายทอดเรื่องราวที่ดีอย่างมากและมีการนำศิลปะมาใช้ในการถ่ายทอดความรู้สึกนอกจากอารมณ์และความรู้สึกของนักแสดงแล้ว ทำผลงานทางโทรทัศน์เรื่องนี้นั้น ได้รับความนิยมในการชมอย่างมากเพราะถือว่าเป็นการถ่ายทอดเรื่องราวที่มีความน่าสนใจ

โดยส่วนใหญ่แล้วนั้นการเล่าเรื่องจะเป็นเรื่องราวที่มีการคาบเกี่ยวระหว่างความรู้สึกที่แท้จริงขิงตัวละครและความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากจินตนาการ หนังสือนิทานโดยการเล่าเรื่องในหนังสือนิทานนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจที่สุดในเรื่องก็ว่าได้ โดยมีการสร้างสรรค์ผลงสยทางด้านศิลปะด้วยการวาดภาพเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ่นในนิทาน ทำให้การชมนั้นมีอีถรสและความสนุกสนานมากขึ้น 

ถึงแม้ว่าผลงานทางโทรทัศน์ชิ้นนี้นั้นจะไม่ได้เป็นการสร้างสรรค์ด้านการวาดรูปที่สวยงามมากนัก แต่เมื่อนำมาผสมผสานกับการเล่าเรื่องผ่านอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครแล้วนั้นก็ถือว่ามีความสวยงามในรูปแบบศิลปะอย่างมาก และถือว่าการสร้างสรรค์ในลักษระนี้นั้นถึงแม้ความเป็นผลงานโทรทัศน์ที่อาจจะต้องมการจำกัดในช่วงอายุในการรับชม

แต่ถ้าหากมองในเรื่องรับชมเพื่อความบันเทิง สำหรับเด็กก็สามารถที่จะรับชมได้ ในฉากที่เป็นการเล่าเรื่องจากนิทานนั่นเอง เพราะอาจจะเป็นสิ่งที่ช่วยทำให้เกิดการพัฒนาในเรื่องศิลปะในเด็กได้อย่างดีด้วยนั่นเอง ถึงแม้อาจจะมีผลงานทางด้านโทรทัศน์ในเรื่องอื่นๆเคยสร้างสรรค์ผลงานในลักษณะนี้แล้วก็ตาม แต่เรื่อง It’s okay o not be okay นั้นถือว่าเป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรพลาดถ้าหากต้องการชมทั้งความบันเทิงและได้ซึมซับความเป็นศิลปะไปด้วยและที่สำคัญไม่เพียงเรื่องความน่าสนใจของศิลปะเท่านั้น ตัวพระเอกและนางเอกก็สามารถที่จะถ่ายทอดเรื่องราวออกมาได้อย่างน่าทึ่งเลยทีเดียว

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  sa gaming สมัครยังไง

จิตรกรรมและประติมากรรมของไทย เป็นอย่างไรในปัจจุบัน

ถึงแม้ว่าศิลปะของไทยในด้านจิตรกรรมและประติมากรรม จะมีความเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นมากเพียงใด แต่ก็ยังโดดเด่นอยู่ในกรอบเดิมๆ และยังไม่ได้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกอย่างแท้จริง แล้วรู้หรือไม่ว่าสิ่งใดที่กั้นขวางอยู่ วันนี้เรามี 2 ด้าน ที่ศิลปะไทยในด้านจิตรกรรมและประติมากรรมควรจะปรับปรุงมาฝากกัน 

ด้านที่หนึ่ง 

ศิลปะของไทยเรา ไม่เปิดกว้าง หรือยินยอมที่จะปรับให้สามารถเข้ากับสังคมแบบสมัยใหม่ได้

ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น? เพราะศิลปะของเรามีการตีกรอบ ตีเส้น มีข้อกำหนด หรือกฎเกณฑ์อยู่มากมาย ซึ่งจริงๆ แล้ว คำว่า ศิลปะ หรือสิ่งใดที่ได้ขึ้นชื่อว่าศิลปะ  ไม่สมควรมีข้อผูกพันธ์ด้วยข้อกำหนดอะไรก็ตามเลย การชื่นชมงานศิลปะในไทยยังคงอยู่ในวงที่แคบ ยึดติดกับสิ่งเดิมๆ แล้วก็กลายเป็นค่าความนิยม ทั้งๆ ที่กฎเกณฑ์นั้นมาจากบุคคลเพียงไม่กี่คน หรือบางกลุ่ม 

โดยความเป็นจริงแล้ว ค่าของงานศิลปะไม่สมควรถูกตีค่าโดยนักแสดงศิลปะไทย หรือคนภายในแวดวงเพียงแค่นั้น เเต่คนธรรมดาทั่วไป ก็มีสิทธิ์ที่จะชื่นชอบและถูกใจงานศิลปะในแบบที่แตกต่างจากเดิมได้  มีสิทธิ์ที่จะมีส่วนร่วมสำหรับการตีค่างานศิลปะได้ด้วยเหมือนกัน

เมื่อศิลป์ไทยยังถูกตีกรอบตามเดิมอย่างที่เป็นค่านิยมตามกันมา การสร้างสรรค์งานศิลป์ที่หลากหลายก็เลยมีปัญหา แบบนี้หากจะพูดว่าเด็กเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยสนใจงานศิลปะไทย หรือโทษเด็กๆ อย่างเดียวคงไม่ได้ ในเมื่อการเข้าถึงยังคงมีความสลับซับซ้อน และถูกบดบังโดยคนเฉพาะกลุ่มอยู่

 

ด้านที่สอง

ศิลปะไทยไม่ทันบริบทของโลก และเทคโนโลยีที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว

โลกใบนี้ได้หมุนไปทุกวัน การพัฒนาสิ่งต่างๆ ก็เกิดขึ้นมากมายเช่นกัน จนตอนนี้เราได้พัฒนามาจนถึงสังคมดิจิทัลแล้ว คนภายในแวดวงศิลปะไทยยังมีความรู้เดิมๆ และไม่ค่อยเปิดรับที่จะรู้เรื่องในเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่มีอยู่มาก เมื่อขาดความเข้าใจด้านนี้ ศิลปะไทยจึงราวกับเป็นคนที่วิ่งย่ำอยู่ตำแหน่งเดิม ไม่เดินหน้า ไปซ้าย หรือขวา  ยิ่งกว่านั้นแล้ว ตัวนักแสดงศิลปะไทยบางคนยังไม่ยินยอมเปิดใจรับกับความรู้ใหม่ๆ ยังคงตีกรอบในแบบเก่าอยู่ นักแสดงรุ่นเก่า จึงจำต้องปรับปรุงตนเองใหม่ให้ไว และเรียนรู้ปรับปรุงตามการเปลี่ยนเเปลงของโลกให้ได้

 

หนทางใหม่ที่จะทำให้ศิลปะไทย เป็นที่รู้จักยอมรับไปทั่วโลก คือ การรับการเปลี่ยนแปลงของโลก เเล้วพร้อมที่จะก้าวไปกับมัน การเปิดเผยผลงาน ไม่หวงแหนวิชาความรู้ สร้างแรงผลักดัน โดยใช้พื้นที่สื่อออนไลน์ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเข้ามาช่วย เพื่อให้ผลงานนั้นไม่ล้าหลัง และพัฒนาอยู่เสมอเพื่ออยู่รอด และเฉิดฉาย

หากเราลองพัฒนาผลงานทางด้านศิลปะแล้วหลุดออกมาจากกรอบเดิมๆ ทุกท่านจะเห็นได้เลยว่า แท้จริงแล้ว ศิลปะไทยยังสามารถไปต่อได้อีก

 

 

สนับสนุนโดย  จีคลับคาสิโนออนไลน์

ตำนาน นายดั้นคนตาบอด

เมื่อนานมาแล้วสมัยที่คนยังห่มผ้านุ่งนุ่งโจงกระเบน ได้มีชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งเขานั้นชื่อว่าดั้น เท่านั้นเป็นคนที่ป่วยเป็นโรคตาบอดใสซึ่งเป็นอาการของคนที่ตาบอดแต่จะสามารถลืมตาได้และสามารถหลอกคนอื่นได้ว่าตัวเองไม่ได้ตาบอดเพราะว่าเดินทางของพวกเขานั้นเปรียบเสมือนกับว่าพวกเขานั้นไม่ได้ตาบอดแต่ยังคงลืมตาอยู่ในช่วงเวลานั้นเอง เขาเองนั้นได้ตกหลุมรักกับหญิงสาวคนหนึ่งชื่อว่านางริงไร ใจเธอนั้นเป็นหญิงสาวที่งดงามที่สุดในหมู่บ้านเขาได้ยินชื่อสิ่งของเธอจึงตกหลุมรักเธอเข้าอย่างจังเธอนั้น

เป็นหญิงสาวที่งดงามที่สุดในหมู่บ้านเขาได้ยินชื่อสิ่งของเธอจึงตกหลุมรักเธอเข้าอย่างจังโดย เขานั้นได้ขอให้ครอบครัวพาเขาไปสู่ขอนางริงไร โดยฝ่ายเธอเองซึ่งเป็นหญิงสาวนั้นไม่รู้ว่าชายหนุ่มที่เธอกำลังจะแต่งงานด้วยเป็นชายหนุ่มที่เป็นโรคตาบอดใสเธอจึงแต่งงานกับเขาไปอาศัยอยู่ด้วยกัน 1 อาทิตย์ช่วงเวลานั้นเองเป็นช่วงเวลาที่หญิงสาวได้ลงไปตากผ้าที่หลังบ้านและฝ่ายชายเองนั้นซึ่งก็คือนายดั้นได้หิวข้าวจึงเดินทางเข้าไปในห้องครัวของบ้านและพยายามจะยึดหม้อข้าว

แต่เนื่องจากเขาตาบอดมือของเขาจึงได้จัดโดยหม้อข้าวทำให้มันตกลงพื้นเข้ากระจัดกระจายเต็มไปหมดฝ่ายนางริงไร ไม่ได้ยินเสียงของตกเธอจึงรีบขึ้นมาและเห็นว่านาย ดั้นสามีของเธอ ได้ยินอยู่ตรงที่ข้าวนั้นกระจัดกระจายเธอจึงถามสามีของเธอว่าเทข้าวลงพื้นทำไมเขาจึงแก้ไขสถานการณ์โดยการหลอกภรรยาเขาไปว่าที่เขานั้น ทำข้าวตกลงไปเยอะแบบนี้ก็เพราะว่าเขานั้นต้องการที่จะให้ไก่ มากินข้าวและฝ่ายภรรยาเองก็เชื่อจึงได้เดินทางไปตากผ้าต่อที่หลังบ้านอีกวันหนึ่งชายหนุ่มก็ถูกภรรยาสั่งให้ไปนำวัวควายไว้ไถนา

ซึ่งเขานั้นก็ทำตามแต่เนื่องจากที่เขานั้นป่วยเป็นโรคตาบอดใสและมองอะไรไม่เห็นน่าจะทำให้เขานั้นไม่สามารถบังคับวัวได้เขาจึงตกลงไปในแม่น้ำแห่งนึงที่น้ำน้ำไหลไม่เชี่ยวมากแล้วจ้ามัวก็ได้หนีเข้าป่าไปช่วงเวลานั้นเองเป็นช่วงเวลาที่มีเสียงลมพัด ทำให้เขานั้นคิดว่าเสียงลมพัดที่กระทบกับใบไม้นั้นก็คือเสียงของเจ้าวัวหรือควายที่วิ่งเข้าไปในป่าเขาจึงพยายามสาดน้ำไปทางป่าภรรยาของ เขาก็เดินมาหาและถามว่าทำไมเขาก็บอกว่าทุ่งนาของพวกเขานั้นแห้งเหี่ยวเขาจะพยายามสาดน้ำใส่ด้วยความที่ภรรยาไม่รู้อะไรภรรยาจึงเชื่อและเดินทางกลับบ้านไปทำอาหารมีอยู่วันหนึ่งที่นายดั้น อยากกินหมาก

เขาจึงถามภรรยาว่าหมากอยู่ไหนฝ่ายภรรยาเองนั้นก็ตอบว่าอยู่ที่โต๊ะกินข้าวแต่เนื่องจากเขาเองนั้นมองไม่เห็นเขาจะไม่สามารถที่จะหาได้เจอเขาจึงคิดว่ามันไม่ได้มีหมากอยู่บนโต๊ะจริงๆ เขาจึงท้ากับภรรยาของตัวเองว่าหากภรรยาของเขา เดินมาที่โต๊ะกินข้าวและเห็นว่ามีหมากอยู่เขาก็ยอมที่จะให้ภรรยานั้นนำปูนมาถูที่ตาของเขาเลยด้วยความที่ ภรรยารีบเดินมาได้เห็นว่ามีหมากอยู่ที่โต๊ะด้วยความที่เธอโมโห

เธอจึงรีบ เอาปูน ไปถูหน้าของสามี ฝ่ายชายจึงได้ใช้โอกาสนี้ในการบอกว่าที่ภรรยาทำแบบนี้จึงทำให้เขานั้นตาบอดภรรยาจึงได้จ้างหมอที่เก่งที่สุดในโลกมารักษาโดยสุดท้ายนั้นเขาก็สามารถรักษาตาของเขาได้ในที่สุดและเขาก็สามารถที่จะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้

ในตำนานนี่นั้นเป็นตำนานที่คนเฒ่าคนแก่เล่ากันมาจะสอนให้กับลูกหลานตัวเองในตำนานนี้นั้นให้ข้อคิดว่าเมื่อมีปัญหาเราจะต้องสงบสติและคิดวิธีแก้ปัญหาให้ดีที่สุด

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   แทงบอลออนไลน์

ตํานานหมู่บ้านลัดดาแลนด์

        หมู่บ้านลัดดาแลนด์ก่อนที่จะกลายมาเป็นตำนานหมู่บ้านผีสิงนั้นเลยกลายเป็นพื้นที่ว่างเปล่าไม่มีคนอยู่อาศัยโดยมีเจ้าของที่ดินก็คือคุณนายรัชดา   พันธาภา  ซึ่งในสมัยปี 2520 นั้นเธอเป็นเจ้าของที่ดินและมีความร่ำรวยเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์หลายแห่งโดยเธอมีความคิดว่าจะใช้พื้นที่ดินของเธอนี้สร้างหมู่บ้านขนาดใหญ่สำหรับรองรับคนที่เป็นไฮโซและมีเงินพอที่จะซื้อหมู่บ้านในราคาหลายร้อยล้านของเธอ

ดังนั้นเธอจึงได้มีการลงทุนจำนวนเงินมหาศาลสร้างหมู่บ้านนี้ขึ้นมาและแน่นอนว่าด้วยความสวยงามและความทันสมัยและเป็นหมู่บ้านแห่งแรกในจังหวัดเชียงใหม่จึงทำให้มีผู้คนต่างสนใจมาซื้อหมู่บ้านนี้โดยประกาศขายแค่เพียงไม่นานก็สามารถขายได้หมดทุกหลังอย่างไรก็ตามหลังจากที่มีการเข้าอยู่ของชาวบ้านที่มีการซื้อหมู่บ้านในโครงการของรัฐดาแลนด์เป็นที่เรียบร้อยแล้วทุกคนก็อยู่กันอย่างมีความสุขเรื่อยมาจนอยู่มาวันหนึ่งได้มีเหตุฆาตกรรมเกิดขึ้นกับบ้านหลังหนึ่งซึ่งถูกโจรนั้นขึ้นขโมยทรัพย์สินและค่าเจ้าของบ้านตายทั้งหมด

ซึ่งเหตุการณ์ที่บ้านหลังดังกล่าวนั้นถูกโจรขึ้นขโมยทรัพย์สินไม่มีใครได้ยินเนื่องจากว่าในคืนนั้นมีฝนตกหนักและหลังจากนั้นเป็นต้นมาชาวบ้านก็มักจะพบเจอกับเรื่องราวความน่ากลัวทุกค่ำคืนเมื่อบางคืนพวกเขาก็จะได้ยินเสียงคนหัวเราะออกมาจากบ้านหลังดังกล่าวทั้งๆที่หลังจากที่มีคนตายแล้วก็ไม่มีใครเข้าไปอยู่อีกเธอหรือบางคืนก็ได้ยินเสียงคนร้องไห้และกรีดร้องโหยหวนก็มีชาวบ้านที่อยู่บ้านฝั่งตรงข้ามหรือว่าบ้านบริเวณใกล้เคียงต่างก็พากันหวาดกลัวเพราะบางวันนั้นก็เห็นว่าวิญญาณของคนที่ตายในบ้านหลังดังกล่าวออกมายืนรดน้ำต้นไม้รวมถึงมาคอยหลอกหลอนคนที่เดินผ่านไปมาในช่วงเวลาค่ำคืนและไม่เพียง

เฉพาะในซอยนั้นเท่านั้นวิญญาณของคนตายนั้นยังไปหลอกหลอนคนในซอยอื่นๆทำให้ผู้คนต่างพากันหวาดกลัวจนในที่สุดชาวบ้านก็พากันย้ายออกจากหมู่บ้านหลังดังกล่าวจึงทำให้หมู่บ้านหลังดังกล่าวนั้นกลายเป็นหมู่บ้านร้างนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

      อย่างไรก็ตามความน่ากลัวของเรื่องเล่านี้ยังคงเป็นตำนานที่เล่าขานกันมาถึงแม้ว่าเวลานั้นจะผ่านมา 40 กว่าปีแล้วก็ตาม ปัจจุบันหมู่บ้านลัดดาแลนด์นั้นถูกนำมาปรับปรุงใหม่และถูกนำมาขายใหม่จนปัจจุบันนี้มีคนย้ายเข้าไปอยู่หมู่บ้านลัดดาแลนด์ที่เคยมีประวัติน่ากลัวนี้กันเต็มในตอนนี้นั้นไม่มีความน่ากลัวหลงเหลืออยู่อีกแล้ว

 

สนับสนุนโดย  เว็บตรง ไม่ผ่านเอเย่นต์