การพนันในสังคมไทย

               สังคมไทยมองว่าคนเล่นการพนันไม่ใช่คนเลว ถ้าเล่นเพื่อความสนุกสนาน สร้างความสัมพันธ์ในชุมชน หรือเล่นเพื่อเสี่ยงโชค แต่กลุ่มที่เป็นปัญหาคือ “นักพนัน” เป็นคนไม่ดี เป็นคนที่หมกมุ่นหรือใช้เวลาส่วนใหญ่เพื่อการเล่นพนัน แสวงหาที่จะเล่นพนันตลอดเวลา ทุกรูปแบบ ซึ่งในแต่ละชุมชนจะมีกลุ่มที่เป็นปัญหาหรือเรียกว่า “นักพนัน” ไม่กี่คน

เมื่อการเล่นพนันไม่ใช่ปัญหา จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนไทยเกือบ 77% เคยเล่นการพนันมาแล้ว โดยผู้ที่มีอายุต่ำสุดในการเล่นพนันครั้งแรกมีอายุเพียง 7 ปี และสถานที่เล่นการพนันครั้งแรกๆมักอยู่ในบ้าน ละแวกบ้าน หรือในโรงเรียน

คนเล่นพนันบางคนค่อยๆพัฒนาการเล่นจากวงเล็กไปสู่วงที่ใหญ่ขึ้นๆ และมีโอกาสกลายเป็น “นักพนัน” ในที่สุด อาจารย์ผาสุก พงษ์ไพจิตร และคณะ ได้ทำการสำรวจและให้ข้อมูลในหนังสือ อุตสาหกรรมการพนัน พบว่า ปี 2539-2541 ธุรกิจการพนันผิดกฎหมายสูงสุด 3 อันดับแรก คือ 1) หวยใต้ดิน 2)บ่อนเถื่อน และ3)พนันฟุตบอล การพนันเหล่านี้ทำเงินให้กับผู้ให้บริการการพนันสูงถึง 138,000-277,000 ล้านบาทต่อปี

อีก 1 รอบนักษัตรต่อมา สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทำการ สำรวจสถานการณ์การพนัน ซ้ำอีกรอบ พบว่า ปี2553 หวยใต้ดินยังครองแชมป์อันดับหนึ่งของการพนันไทยควบคู่กับสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยมีการพนันในบ่อนและการพนันฟุตบอลติดอันดับตามมา และประมาณการจำนวนเงินที่สะพัดในอุตสาหกรรมการพนันตลอดทั้งปีสูงถึง 357,275 ล้านบาท

                                  หวยใต้ดินและสลากกินแบ่งรัฐบาล

เป็นการพนันที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ปี 2553 มีจำนวนคนเล่นหวยใต้ดินและสลากกินแบ่งสูงพอๆกัน คือเกือบ 20 ล้านคน มีเงินหมุนเวียนรวมกันตลอดทั้งปีสูงถึง 178,827 ล้านบาท

หวยใต้ดินที่มีจำนวนผู้เล่นมากที่สุดและมีวงเงินเล่นพนันสูงสุดผูกติดกับการออกรางวัลสลากกินแบ่งเดือนละ 2 ครั้ง ส่วนหวยอื่นๆ เช่น หวยหุ้น หวยปิงปอง จับยี่กี่ หวยต่างประเทศ ทั้งประเทศลาว กัมพูชา มาเลเซีย สิงคโปร์ ฯลฯ เป็นการเล่นในกลุ่มเฉพาะ

สลากกินแบ่งก็ได้รับความนิยมไม่น้อย ปัจจุบันสลากกินแบ่งมียอดพิมพ์จำหน่ายงวดละ 68 ล้านฉบับ เป็นสลากกินแบ่งรัฐบาล เอากำไรเข้าคลัง 50 ล้านฉบับ และสลากการกุศล เอาเงินไปให้องค์กรสาธารณะตามที่ปรากฏบนหน้าสลาก 18 ล้านฉบับ

ปัญหาใหญ่ตอนนี้คือ การขายสลากเกินราคา จาก 80 บาท ขายกันจริงๆ 100-120 บาทต่อฉบับ ส่วนต่างอีก 25-50% นั้น รัตพงษ์ สอนสุภาพ และศรัณย์ ธิติลักษณ์ ทำวิจัยเรื่องนี้ พบว่า เกิดจากโครงสร้างการกระจายสลากที่มีลักษณะกระจุก ทำให้เกิดการผูกขาดและมีการปั่นราคา

ล่าสุดเกิดกรณีปัญหาแชร์ลูกโซ่สลากกินแบ่ง สหกรณ์ออมทรัพย์ครูแห่งหนึ่งทางภาคอีสานก้าวเข้าสู่วงจร หวังนำรายได้ไปสร้างสวัสดิการให้ครู หลงลืมว่าการกระทำนี้เท่ากับยอมเป็นเครื่องมือในการเอาเปรียบผู้บริโภค คุณครูหลายท่านเห็นแล้วรู้สึกสะเทือนถึงวิชาชีพของ “คนเป็นครู” ใครคือผู้ใช้องค์กรครูเป็นเครื่องมือทำเรื่องไม่เหมาะสม ทุกฝ่ายช่วยกันจัดการ..ด่วน

                                 พนันทายผลการแข่งขันฟุตบอล

เป็นการพนันที่เติบโตรวดเร็วมากในช่วง 4-5 ปีมานี้ เฟื่องฟูขึ้นตามการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ ปี 2553 มีจำนวนคนเล่นพนันบอลสูงกว่าล้านคน มีเงินหมุนเวียนตลอดปีสูงถึง 38,005 ล้านบาท

กระแสการเล่นพนันบอลที่กระจายสู่สังคมวัยรุ่น ทำให้นักศึกษาที่แม่โจ้ รัฐชาติ พรรษา และคณะ ทำการศึกษาเรื่อง พนันฟุตบอลรอบรั้วมหาวิทยาลัยเมื่อปี 2553 พบว่า นักศึกษาที่เล่นพนันบอลมากสุดคือ ชั้นปี 3 และ นักศึกษาส่วนใหญ่คิดว่า นักศึกษาที่เล่นพนันบอลส่วนใหญ่สามารถรับผิดชอบผลการเรียนได้ มีเพียงบางกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ เพราะเล่นพนันเกินรายได้ ทำให้มีปัญหาหนี้สิน ต้องนำเวลามาหาเงินใช้หนี้พนัน และบางรายมีปัญหาถูกทวงหนี้แบบนอกระบบ

การขยายตัวของการพนันในรั้วมหาวิทยาลัย จะทำให้นักศึกษากลุ่มหลังมัวเมากับการเล่นพนัน ใช้เวลาและความคิดกับการพินิจพิจารณาว่าจะเล่นทีมไหน รอลุ้นผลการแข่งขันจนไม่ได้หลับไม่ได้นอน เกิดความเครียดและความเสื่อมถอยทางสุขภาพจิต สุขภาพกาย

แต่อะไรทำให้นักศึกษากลุ่มหลังก้าวเข้าสู่วังวนแห่งปัญหา รัฐชาติและคณะมิได้กล่าวถึง ดังนั้นการหาทางแก้ไขจึงยังไม่ปรากฏ

                          ผู้ใหญ่คิดอย่างไรกับการพนันฟุตบอล?

ผู้นำชุมชนคิดต่างเรื่องผลกระทบ และกังวลว่า ในไม่ช้าจำนวนผู้เล่นพนันบอลจะแซงหน้าคนเล่นหวย เนื่องจากมีปัจจัยสนับสนุนหลายประการ เช่น

  • การเล่นพนันบอลมีลักษณะแอบแฝงกับการกีฬา ทำให้ผู้เล่นรู้สึกไม่ถูกเพ่งเล็ง สามารถอ้างว่าสนใจกีฬามากกว่าเล่นการพนัน การพนันเป็นเพียงผลพลอยได้ เป็นส่วนเสริม และที่สำคัญ การพนันที่แทรกมากับกีฬายังถือเป็นการเล่นพนันอีกระดับหนึ่งที่ “ดูเท่ห์” ไม่ได้เล่นเอารวยเหมือนการพนันชนิดอื่นๆ
  • การเล่นพนันบอลทำได้ง่าย โพยบอลกระจายไปทั่ว สื่อนำเสนอเนื้อหาสนับสนุน กระตุ้นให้รู้สึกว่าเล่นพนันฟุตบอลเป็นเรื่องธรรมดา
  • ในหลายจังหวัด เย็นวันศุกร์และเสาร์ ท้องถนนจะมีบรรยากาศแบบวัยรุ่น ตามร้านขายอาหาร ร้านเหล้าเล็กๆ จะตั้งทีวีถ่ายทอดสดฟุตบอล วัยรุ่นมานั่งกินดื่ม เล่นพนันและเชียร์บอล

และเหตุผลส่วนบุคคลของนักศึกษาที่เล่นพนันบอล คือ

  1. ความต้องการรายได้ เพื่อให้การใช้ชีวิตมีความสุขสบายมากขึ้น
  2. อิทธิพลของสื่อ โดยเฉพาะหนังสือวิเคราะห์เกมฟุตบอลและหนังสือพิมพ์กีฬา เช่น สปอร์ตพูล สตาร์ชอคเก้อร์ สปอร์ตแมน
  3. อิทธิพลจากสิ่งแวดล้อมด้านที่พักอาศัย
  4. อิทธิพลจากกลุ่มเพื่อน

“พนันฟุตบอล” จึงกลายเป็นประเด็นถกเถียงสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อจะเข้าสู่ฤดูแข่งขันใหญ่ทุก 2 ปี สลับระหว่างฟุตบอลโลกกับฟุตบอลยูโร

หลายหน่วยงานมีนโยบายและมาตรการต่อต้านเด่นชัด แต่ผลลัพธ์ที่ผ่านมาคือ ยิ่งต้านจำนวนผู้เล่นพนันบอลยิ่งเพิ่ม และเพิ่มปริมาณอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากผู้เล่นพนันบอลส่วนใหญ่รู้สึกว่าการเล่นพนันบอลเป็นเพียง “เรื่องขำๆ”

8 มิถุนานี้ ฤดูแข่งขันยูโร 2012 จะเริ่มต้นอีกครั้ง ถ้าไม่อยากให้คนที่เรารัก “ขำไม่ออก” เพราะเสียพนันจนเป็นหนี้ ทุกคนต้องช่วยกันสอดส่อง อย่าปล่อยให้คนใกล้ตัวหมกมุ่นกับการพนันฟุตบอลจนเสียงาน เสียสุขภาพ และอาจจะเสีย…

                             ความเห็นไม่ตรงกัน พนันถูกกฎหมายหรือไม่?

ฝ่ายสนับสนุน ให้มุมมองจากโลกที่เป็นจริงว่า การพนันในสังคมไทยมีอยู่ทั่วไป และในทางปฏิบัติก็ไม่มีทางควบคุมได้ทั้งหมด ถ้าทำการพนันให้เป็นธุรกิจถูกกฎหมาย จะทำให้รัฐบาลเก็บภาษีจากการพนัน และลดทอนบทบาทของกลุ่มอิทธิพลต่างๆ ได้

ฝ่ายค้าน โต้จากมุมมองของหลักการ หลักศีลธรรม เห็นว่าการทำให้การพนันเป็นธุรกิจถูกกฎหมาย คือการสร้างความชอบธรรมและส่งเสริมการเล่นพนัน ทำให้คนเล่นพนันได้ง่ายขึ้น และผลกระทบทางลบของการพนันจะบานปลาย เช่น การเป็นหนี้ ละงาน ขาดความรรับผิดชอบ ภาวะครอบครัวแตกแยก และอาชญากรรม

และที่สำคัญที่สุดคือ สังคมไทยขาดประสบการณ์ ทำให้ขาดความเชื่อถือในการกำกับดูแลและคิดว่าระบบการทำงานของตำรวจและนักการเมืองยังไม่พร้อม ตอกย้ำความเชื่อว่า การทำการพนันให้ถูกกฎหมายเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมกับสังคมไทย ไม่เป็นประโยชน์กับสังคมโดยรวม แต่จะให้ผลประโยชน์ส่วนตัวกับนักธุรกิจและนักการเมืองบางกลุ่มบางคนเท่านั้น

ภาวะการยันกันอยู่ ทำให้นโยบายเรื่องอุตสาหกรรมการพนันไม่อาจหาข้อสรุปได้ จุดเริ่มต้นสำคัญของการแสวงหาคำตอบ คือการทำให้สาธารณชนมีการอภิปรายประเด็นการพนันอย่างกว้างขวาง ทำให้ผู้คนในชุมชนคุยเรื่องการพนัน สร้างข้อถกเถียงกันตั้งแต่ระดับชุมชน เพื่อทำให้สังคมรู้เท่าทัน มีภูมิคุ้มกันและสามารถจัดการตัวเองในทุกระดับ